โฟมล้างหน้า ผิวแพ้ง่าย 8 อันดับ ยี่ห้อไหนดี 2019

สาวผิวแพ้ง่าย ใช้อะไรแต่ละครั้ง ซื้ออะไรมาแต่ละหน ต้องคอยระวังเกรงว่าจะแพ้ นับว่าเป็นความกังวลใจอย่างหนึ่ง ไม่เว้นแม้แต่ โฟมล้างหน้า ที่สาวผิวแพ้ง่ายต้องระวังเวลาจะซื้อ สำหรับสาวๆ ขี้แพ้คนไหนที่กำลังตามหาโฟมล้างหน้าในดวงใจ อยากซื้อมาใช้แบบไม่ต้องกลัวแพ้ วันนี้เราขอเอาใจด้วยการพามาส่องแบรนด์โฟมล้างหน้าเด็ดๆ ดังๆ กันดีกว่า จะมียี่ห้อไหนบ้าง มาดูกัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกเลย สำลีเช็ดเมคอัพ


1.Smooth EBabyface Gel

หากเอ่ยถึงแบรนด์ดีแบรนด์เด็ดที่เหมาะสมกับสาวผิวแพ้ง่าย ต้องนี่เลย Smooth EBabyface Gel โดยจุดเด่นของโฟมล้างหน้ายี่ห้อนี้ก็คือ เนื้อบางเบา ไม่มีฟอง สาวๆ หลายคนที่ผิวแพ้ง่ายหรือเป็นสิว แนะนำว่าควรลองอย่างมาก เพราะโฟมล้างหน้าตัวนี้เป็นมอยส์เจอไรซ์เซอร์สูตรเฉพาะที่คิดค้นโดย Smooth Eไร้สารที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ เช่น แอลกอฮอล์ นอกจากนี้ยังมีสารสกัดจากธรรมชาติ ซึ่งไม่ก่อให้เกิดประจุไฟฟ้าที่ทำให้ตกค้างบนผิว

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่าย ไม่ชอบโฟมมีฟอง


2.Acne-aid สีฟ้า

อีกหนึ่งแบรนด์ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าที่เหมาะสมกับสาวๆ ทุกคน แม้แต่สาวๆ ที่สภาพผิวแข็งแรงก็ควรใช้คือ Acne-aidโดยสูตรสีฟ้าเป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะสมกับสาวๆ ที่ไม่อยากให้ผลิตภัณฑ์ล้างหน้าของคุณมีน้ำหอมเป็นส่วนผสม เวลาล้างหน้าแล้วจะรู้สึกได้ทันทีว่าผิวไม่แห้งตึง ระคายเคือง และไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ สิวที่เคยขึ้นก็จะหายไปอย่างเห็นได้ชัดส่วนคนที่เป็นสิว แนะนำให้เลือก Acne-aid สีแดง รับรองว่าจะทำให้ผิวของคุณไม่มีสิวอุดตันอย่างแน่นอน

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่ายและผิวแห้ง


3.Physiogel Cleanser Daily Moisture Therapy

 

อีกแบรนด์โฟมล้างหน้าในดวงใจที่สาวผิวแพ้ง่ายยกขึ้นหิ้ง ก็คือ Physiogel Cleanser Daily Moisture Therapy ซึ่งมีส่วนผสมของสารทำความสะอาด ที่ให้ความบอบบางและอ่อนโยนกับผิวแพ้ง่าย โดยสารทำความสะอาดจะมีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับน้ำ ซึ่งสารนี้เรียกว่า Soduim Cocoyl Isethionate ไม่ทำให้เกิดการระคายเคือง แถมยังมีส่วนผสมของสารบำรุงผิว จึงทำให้สาวๆ ที่ผิวแพ้ง่ายนั้นใช้ได้แบบไม่ต้องกังวล

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่าย เป็นสิว


4.Cetaphil Gentle Skin Cleanser

แบรนด์เด็ดแบรนด์ดังที่หลายคนหลงรัก แถมหาซื้อง่าย เหมาะสมอย่างยิ่งสำหรับสาวผิวผสมที่เป็นสิวช่วงทีโซน โดยโฟมล้างหน้า Cetaphil Gentle Skin Cleanser มีค่า pH ที่ใกล้เคียงกับธรรมชาติเป็นอย่างยิ่ง เวลาใช้แล้วจะรู้สึกว่าไม่มีฟองที่ตัวโฟม ทำให้ผิวหน้าไม่แห้งตึง คงความชุ่มชื้นให้กับผิวได้แบบง่ายๆ โดยไม่ระคายเคืองกับผิว

เหมาะกับใคร :สาวผิวผสม ที่แพ้ง่าย

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกเลย ทำไมสิวชอบขึ้นที่เดิม


5.Hada Labo Mild & Sensitive Skin Face Wash

หากเอ่ยถึงแบรนด์ฮาดะ ลาโบะ ร้อยทั้งร้อยจะต้องนึกถึงน้ำตบอย่างแน่นอน แต่ใครจะไปรู้ว่าแบรนด์นี้ก็มีโฟมล้างหน้าตัวเด็ดที่ควรค่าแก่การใช้ ยิ่งสาวๆ แพ้ง่ายยิ่งต้องลอง Mild & Sensitve Skin ซึ่งช่วยปกป้องผิวที่แพ้ง่ายด้วยการคิดค้นสูตรโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิวบอบาง มีสารสกัดจากธรรมชาติที่ได้รับการวิจัยมาแล้วว่าปลอดภัยกับผิวแพ้ง่ายอย่างยิ่ง ไม่มีน้ำหอมและแอลกอฮอล์ รวมถึงไม่มีน้ำมันในโฟมล้างหน้าอีกด้วย ลดปัญหาสิวผดและผื่นแดงได้เป็นอย่างดี

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่าย เป็นสิวผด


6.Curel Foaming Wash

อีกหนึ่งโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนต่อผิว เหมาะสมกับสาวผิวแพ้ง่ายเป็นที่สุด นั่นก็คือ Curel Foaming Washโดยได้รับเสียงยืนยันจากสาวผิวแพ้ง่ายแล้วว่าช่วยปกป้องผิวไม่ให้แห้งตึงเกินไปหลังจากการล้างหน้า นอกจากนี้ยังมีสารที่ช่วยในการกระตุ้นเซรามายด์เพื่อเสริมสร้างผิวให้แข็งแรงกว่าเดิม ไม่มีแอลกอฮอล์มากวนใจ เรียกได้ว่าใช้แล้วหายห่วง ใครที่หลังล้างหน้าแล้วรู้สึกตึงๆ ผิว รับรองเลยว่าใช้แล้วผิวจะนุ่มขึ้นกว่าเดิม

เหมาะกับใคร :สาวผิวแห้ง แพ้ง่าย


7.La Roche-Posay Effaclar Purifying Foaming Gel

มาที่โฟมล้างหน้าสัญชาติฝรั่งเศสกันบ้าง โดยแบรนด์นี้ต้องบอกเลยว่าเหมาะสมกับสาวที่ผิวมันเป็นอย่างยิ่ง ใครที่ผิวแพ้ง่ายแถมเป็นสิวควรหามาลองโดยด่วน La Roche-Posay Effaclar Purifying Foaming Gel เป็นแบรนด์ที่เหมาะสมกับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพราะอ่อนโยนต่อผิวที่บอบบาง ไม่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ และที่สำคัญยังไม่มีพาราเบนหรือน้ำหอม ใครที่เคยใช้โฟมล้างหน้าแล้วผื่นขึ้น ลองเปลี่ยนเป็นตัวนี้แล้วจะติดใจ

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่ายและผิวมัน


8.Eucerin White Therapy : Gentle Cleansing Foam

อันดับต่อไปเป็นแบรนด์เด็ดที่ใครต่างก็รู้ว่าคือเวชสำอาง โดย Eucerin White Therapy : Gentle Cleansing Foam จะไปช่วยชำระล้างความมันที่อุดตันในรูขุมขนได้เป็นอย่างดี ล้างแล้วรู้สึกว่าใบหน้าสะอาด สลายความมันอุดตันได้อย่างล้ำลึก และที่สำคัญยังลดการเกิดสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อใช้เป็นประจำ ผิวจะเนียนใส และละเอียดมากยิ่งขึ้น

เหมาะกับใคร :สาวผิวแพ้ง่าย เป็นสิว


และนี่ก็คือ 8 โฟมล้างหน้าสำหรับผิวแพ้ง่าย ใครยังไม่เคยลองยี่ห้อไหน จดลิสต์โดยด่วน เพราะการเลือกโฟมล้างหน้าที่อ่อนโยนเหมาะกับผิวแพ้ง่าย จะทำให้เราไม่ต้องกังวลเรื่องผิวแถมยังหน้าใสได้แบบไม่แพ้อีกด้วย

ครีมกันแดด สำหรับผิวแพ้ง่าย 5 ยี่ห้อ บอกลาผิวแก่ก่อนวัยไปเลย

ครีมกันแดด เป็นสกินแคร์ที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผิวของผู้หญิง เนื่องจากมลภาวะและแสงแดด ทำให้ผิวแก่ก่อนวัย เกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำ โดยเฉพาะสาวผิวแพ้ง่ายยิ่งประสบกับปัญหาผิงดังกล่าวได้อย่างง่ายดาย และในการเลือกใช้ครีมกันแดด เคยคิดหรือไม่ว่าจะเลือกอย่างไรให้เหมาะกับผิวดังกล่าว เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ห่างไกลจากมลภาวะทำร้าย แถมยังช่วยบอกลาความแก่ไปได้อย่างไร้กังวล วันนี้เราจึงพามาดู5 ยี่ห้อครีมกันแดดสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย มีแบรนด์ไหนบ้าง มาดูกันค่ะ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่านได้เลย  อายครีม ยี่ห้อไหนดี 


1.NIVEA SUN Protect & Sensitive Oil Control Serum SPF50+ PA+++

มาที่ครีมกันแดดแบรนด์แรกที่อยากแนะนำสาวๆ ขี้แพ้ นั่นก็คือครีมกันแดดทาหน้าสูตรอ่อนโยนสำหรับผิวแพ้ง่ายโดยเฉพาะ เพราะไร้สี น้ำหอม พาราเบน และที่สำคัญยังไม่มีสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองอีกด้วย และยิ่งไปกว่านั้นก็คือมีการผสมผสานแอล คาร์นิทีน ที่จะช่วยลดความมันในรูขุมขนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ใครที่เป็นสิวอุดตันบ่อยๆ รับรองได้เลยว่าใช้ยี่ห้อนี้แล้วจะทำให้คุณประทับใจอย่างแน่นอน เพราะช่วยในการทำให้ผิวหน้าเรียบเนียน ทำให้เมคอัพติดทนนานถึง 8 ชั่วโมง ส่วนประสิทธิภาพในการปกป้องผิวจากแสงแดด ก็คือใช้ Double UV Protection เหมาะสมกับการท้าแดดจ้าของประเทศไทยอย่างยิ่ง เนื้อครีมเกลี่ยง่ายไม่เหลวจนเกินไป

เหมาะกับใคร : สาวผิวแพ้ง่าย และหน้ามัน

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกอ่านได้เลย  สครับปากจากธรรมชาติ


2.Smooth E Physical White Babyface UV Expert SPF 50+ PA+++

อีกหนึ่งแบรนด์ที่จัดได้ว่าเหมาะสมกับสาวๆ ผิวแพ้ง่ายก็คือครีมกันแดดแบรนด์สมูทอี แบรนด์ที่จัดว่าเด็ดเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเป็นครีมกันแดดแบบ Physical sunscreenที่มีส่วนผสมของวิตามินอีอันมีประโยชน์ต่อผิวของผู้หญิง และมีสารสกัดต่างๆ รวมกันมากถึง 7 ชนิด เหมาะสมกับสาวผิวแพ้ง่าย ปกป้องได้ทั้งรังสี UVA และ UVB ลักษณะครีมเป็นเนื้อมูส โดยมีสีขาวหนาๆ เวลาเกลี่ยจึงต้องใช้ความระมัดระวังพอสมควร แต่เมื่อเกลี่ยทั่วหน้าแล้วจะรู้สึกได้ถึงความเบาบางและสบายผิว ปกปิดผิวหน้าให้สวยใสได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไร้กลิ่นให้ต้องกังวลใจ

เหมาะกับใคร : สาวผิวแพ้ง่าย ชอบครีมกันแดดแบบบางเบา


3.Mizumi UV Water Serum SPF 50+ pa+++

อีกหนึ่งแบรนด์เด็ด โดยเป็นครีมกันแดดสูตรน้ำ เกลี่ยง่าย ไม่เป็นคราบและซึมเร็ว เหมาะสมกับสาวๆ ที่ตามหาครีมกันแดดที่ไร้คราบอีกสูตร โดยใน Mizumi UV Water Serum SPF 50+ pa+++ ไม่มีพาราเบน น้ำหอม แอลกอฮอล์ และสีสังเคราะห์ ใช้แล้วจะช่วยปกป้องแสงแดด ลดฝ้า กระ และจุดด่างดำ ยิ่งใครที่ผิวหน้ามีริ้วรอย ยิ่งต้องใช้โดยด่วน

เหมาะกับใคร : สาวผิวแพ้ง่าย ที่หน้ามัน


4.La Roche Posay ANTHELIOS XL Dry Touch Gel-Cream SPF 50+

แบรนด์ครีมกันแดดอันลือลั่น สำหรับผิวแพ้ง่าย ผิวมันและผิวผสม โดดเด่นด้วยเนื้อเจล ทำให้ซึมซาบเร็ว ไม่มีความมันวาวหรือมีการตกค้างที่ผิว สาวๆ ที่มีผิวไวต่อแสง เช่นไปเลเซอร์มา ก็สามารถทาได้เช่นกัน นอกจากนี้ยังมีสารแอร์ลิเซียมที่ทำให้ครีมกันแดดแบรนด์นี้แตกต่างจากแบรนด์อื่นๆตรงที่ไม่มีส่วนผสมของสารที่กระตุ้นให้เกิดการแพ้ พาราเบนและน้ำหอม ทำให้ผิวใส อ่อนเยาว์ และเปล่งปลั่งได้อย่างน่าอัศจรรย์ เนื้อเจลจะมีลักษณะเป็นสีขาวนวล เกลี่ยง่าย เบาบางสบายผิวและมีกลิ่นหอมอ่อนๆ

เหมาะกับใคร : สาวผิวแพ้ง่าย ผิวมันและผิวผสม


5.EUCERIN SUN DRY TOUCH OIL CONTROL FACE SPF50+ PA+++

สาวๆ ที่ต้องการครีมกันแดดแต่ตัวเองเป็นสิว แนะนำเป็นครีมกันแดดแบรนด์ดังแบบฉบับเวชสำอางจะดีกว่า โดยได้รับการพิสูจน์มาแล้วว่าช่วยปกป้องผิวจากรังสียูวี ช่วยลดจุดด่างดำ และลดฝ้าที่เกิดจากแสงแดด พร้อมกันนั้นก็ยังมีสารคาร์นิทีน ซึ่งมีผลในการควบคุมความมันระหว่างวันได้เป็นอย่างดี และยังช่วยลดการเกิดสิวอุดตันได้ พร้อมๆ กับการควบคุมความมันได้ยาวนานถึง 8 ชั่วโมง ที่สำคัญคือ ไม่มีสี น้ำหอมและสารกันเสียอีกด้วย

เหมาะกับใคร : สาวผิวแพ้ง่ายและเป็นสิว


เทคนิคการเลือกครีมกันแดดสำหรับสาวผิวแพ้ง่าย

1.อ่านฉลากผลิตภัณฑ์

สำหรับอันดับแรกที่อยากให้สาวๆ พิจารณาก็คือ การอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ โดยควรเลือกจากฉลากที่ระบุว่าสำหรับผิวบอบบางหรือแพ้ง่าย หรือจะเลือกแบบที่เขียนว่าไม่มีส่วนผสมของน้ำหอม พาราเบนและแอลกอฮอล์ด้วยจะดีที่สุด

2.เลือกค่า SPF ที่เหมาะสม

สำหรับสิ่งที่หลายคนสงสัยก็คือ SPF แบบไหนจึงจะดีที่สุด ซึ่งบางคนอาจจะเห็นว่า SPF สูงๆ อาจจะดีกว่า SPF น้อยๆ แต่แท้ที่จริงแล้วสำหรับสาวออฟฟิศธรรมดาๆ ที่ออกกลางแจ้งเฉพาะกลางวัน เลือก SPF 15-30 ก็เพียงพอแล้ว

3.เลือกแบบไม่อุดตันหรือเป็นสิว

สำหรับวิธีการเลือกแบบง่ายๆ ก็คือ เลือกแบบที่ในสูตรเขียนเอาไว้ว่าเป็น Non-Comedogenic ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าครีมกันแดดนี้จะไม่ทิ้งสารเคมีตกค้างไว้บนผิวจนเป็นสาเหตุของการเกิดสิวนั่นเอง

4.เลือกบรรจุภัณฑ์ที่สะอาด

อีกหนึ่งเรื่องที่หลายคนไม่เคยรู้ คือเรื่องของบรรจุภัณฑ์ โดยไม่ควรเลือกแบบเป็นกระปุกเพราะเชื้อโรคจะเข้าไปได้อย่างง่ายดาย ยิ่งสาวๆ  ที่เป็นผิวแพ้ง่ายก็ยิ่งบอบบางต่อเชื้อโรคมากยิ่งขึ้นไปอีก แนะนำให้เลือกเป็นหลอดบีบ จะดีที่สุด


และนี่ก็คือการรวมเอายี่ห้อครีมกันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายมาให้สาวขี้แพ้ได้ลองกัน พร้อมเทคนิคการเลือกซื้อแบบง่ายๆ หากลองเอาไปใช้ รับรองว่าผิวของคุณจะสวยใส อ่อนเยาว์กว่าเดิม บอกลาหน้าแก่ก่อนวัย จนใครๆ ก็เรียกน้อง

ผิวแพ้ง่าย ผิวระคายเคือง เหมือนกันจริงหรือ?

เมื่อมีการเลือกใช้เครื่องสำอางหรือผลิตภัณฑ์ประทินผิว เพื่อความปลอดภัยของเรา ซึ่งบางคนมีความสับสนว่าใช้ผลิตภัณฑ์นี้แล้วเกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองนั่นคือการแพ้ผลิตภัณฑ์นั้นๆหรือไม่ เช่น เกิดอาการคันหลังใช้ หรือผื่นแดงขึ้น ลองมาดูคำอธิบายว่าอาการเหล่านั้นคืออะไร สามารถแก้ไขหรือรักษาได้หรือไม่ และอาการ ผิวแพ้ง่าย ผิวระคายเคือง เหมือนกันจริงหรือเปล่า เรามีคำตอบมาฝากกันแล้วค่ะ


1.อาการผิวแพ้ง่าย และสาเหตุของการแพ้

ผิวแพ้ง่ายถือเป็นโรคภูมิแพ้ทางผิวหนังชนิดหนึ่ง ซึ่งเกิดจากการแพ้สารต่างๆรวมไปถึงสภาพอากาศ ทำให้ผิวหนังเกิดอาการคัน มีตุ่มขึ้น บวมแดง แสบและผิวหนังลอก ซึ่งอาการของคนที่มีผิวแพ้ง่ายนั้นมักพบได้ไม่มากนัก โดยเกิดจากการที่ผิวหนังสัมผัสโดนสารต่างๆแล้วเกิดอาการผิดปกติขึ้นในทันที ซึ่งเราสามารถตรวจสอบได้ว่าผิวของเราแพ้สารนั้นๆหรือไม่ โดยสามารถทำได้โดยการทาผลิตภัณฑ์นั้นๆที่ใต้ท้องแขนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 สัปดาห์ หากพบว่าทุกครั้งที่ทาผลิตภัณฑ์ชนิดนั้นแล้วเกิดผื่นคันหรืออาการผิดปกติที่ผิวหนังต่างๆแสดงว่าคุณแพ้สารหรือผลิตภัณฑ์นี้ ให้หยุดการใช้และไม่ควรนำกลับมาใช้อีกอย่างเด็ดขาด

การสังเกตอาการของคนที่มีผิวแพ้สารต่างๆนั้น สามารถทำได้อีกหลายวิธี เช่น ลองดูว่าเราใช้ครีมบำรุงตัวนี้แล้วเกิดอาการแพ้ แต่คนอื่นใช้แล้วไม่เป็นอะไรนั่นคือผิวเราแพ้สารในครีมนี้นั่นเองเพราะจริงๆ แล้ว เราจะไม่สามารถรู้ได้เลยว่าผิวของเราแพ้สกินแคร์นี้หรือไม่ นอกจากจะได้ลองกับตัวเองแล้วเท่านั้น

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกเลย โฟมล้างหน้าผิวแพ้ง่าย

วิธีรับมือเมื่อเกิดอาการแพ้

สำหรับวิธีการป้องกันและรับมือกับปัญหาผิวหนังจากอาการแพ้ต่างๆคือ ควรหลีกเลี่ยงการใช้ผลิตภัณฑ์นั้นโดยทันที หรือหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสารที่ทำให้เกิดอาการแพ้ด้วยเช่นกัน หากไม่มั่นใจว่าแพ้สารตัวไหน สามารถนำผลิตภัณฑ์นั้นไปพบแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการตรวจ Skin Test กับผิวของเราและส่วนผสมนั้นๆได้ และการเลือกใช้สกินแคร์หรือผลิตภัณฑ์กับผิวใดๆ ก็ตาม แนะนำให้เลือกสูตรอ่อนโยนต่อผิว หรือสูตรที่เหมาะสำหรับผิวบอบบางแพ้ง่ายเท่านั้น

ผิวแพ้ง่าย


2.อาการผิวระคายเคืองและสาเหตุของการระคายเคือง

ผิวระคายเคืองเป็นอาการที่คนส่วนใหญ่เป็นกันมากที่สุด โดยเกิดจากส่วนผสมบางอย่างในผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ระคายเคืองต่อผิว และเป็นอาการที่ระบุได้ยาก ซึ่งคนส่วนใหญ่เมื่อเกิดการระเคืองที่ผิวแล้ว จะทำให้เกิดผื่นคัน มีอาการคันตามผิวหนัง อาจทำให้ผิวหนังแดงและแสบตามมา การทดสอบอาการระเคืองของผิวนั้นไม่สามารถตรวจสอบได้เนื่องจากสาเหตุบางประการ เช่น ความแข็งแรงของสภาพผิวไม่คงที่จึงทำให้บางครั้งก็ไม่เกิดการระคายเคืองเมื่อใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ

การที่ผิวเกิดการระคายเคืองได้ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะสภาพผิวที่อ่อนแอของเราเอง โดยผิวที่ขาดความชุ่มชื้นก็อาจเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดการระคายเคืองได้เช่นกันและอีกหนึ่งสาเหตุคือ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อผิวมากเกินไป ทำให้อาการระคายเคืองมีมาก แต่เมื่อล้างผลิตภัณฑ์ออกจากผิวแล้วจะพบว่าสภาพผิวมีอาการดีขึ้น ไม่ระคายเคืองแล้ว นั่นเป็นเพราะสารที่ก่อให้เกิดความระคายเคืองได้หายไปแล้วนั่นเอง

วิธีรับมือเมื่อเกิดอาการระคายเคืองผิว

สำหรับวิธีรับมือและป้องกันอาการระคายเคืองผิว สามารถทำได้ง่ายๆ โดยการหลีกเลี่ยงสารที่เป็นตัวก่อให้เกิดการระคายเคืองผิว ซึ่งการบำรุงผิวมากๆก็ช่วยให้การระคายเคืองต่อสารนั้นๆลดลงได้ เพราะถ้าหากผิวของเรามีสุขภาพดีก็จะเป็นตัวช่วยป้องกันให้ผิวหนังมีสภาพที่แข็งแรง และสามารถต่อสู้กับความระคายเคืองนั้นได้มากยิ่งขึ้น

ผิวแพ้ง่าย ผิวระคายเคือง เหมือนกันจริงหรือ?

ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่า อาการผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคืองนั้นไม่เหมือนกัน แม้ปัญหาผิวทั้งสองอย่างนี้จะแสดงอาการเหมือนกัน แต่สาเหตุของการเกิดผิวแพ้ง่ายและผิวระคายเคืองนั้นเป็นไปอย่างแตกต่างกันโดยสิ้นเชิงโดยเราจะเห็นได้ว่าผิวแพ้ง่ายเกิดจากการที่ผิวหนังแพ้สารบางอย่างอยู่แล้ว เมื่อใช้ครีมหรือโลชั่นที่มีส่วนผสมของสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ก็จะยิ่งแพ้ทุกครั้ง ต่างจากอาการผิวระคายเคืองซึ่งมักจะเกิดจากการที่สภาพผิวของเราอ่อนแอ รวมไปถึงสารนั้นเป็นตัวก่อการระคายเคืองอยู่แล้ว ก็ย่อมทำให้บางครั้งอาจจะก่อให้เกิดอาการระคายเคืองบ้าง หรือในบางครั้งที่สภาพผิวแข็งแรงก็สามารถทนทานต่อสารก่อความระคายเคือง จนทำให้ไม่ก่อให้เกิดอาการดังกล่าวออกมานั่นเอง

คุณอาจสนใจบทความที่เกี่ยวข้อง คลิกเลย  ผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้น

ผิวแพ้ง่าย-skin


อย่างไรก็ตาม แม้ผิวแพ้ง่าย และผิวระคายเคืองนั้นแม้จะอาการจะคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วไม่เหมือนกันเลย อย่างไรก็ตาม สาวๆ คนไหนที่รู้ตัวว่าตนเองเป็นสาวผิวแพ้ง่ายหรือระคายเคืองง่ายก่อนใช้ผลิตภัณฑ์ใดๆ ก็ควรทำการทดสอบทาผลิตภัณฑ์นั้นๆ เอาไว้ที่ใต้ท้องแขนก่อนเป็นดีที่สุด หรือหากทาผิวแล้วพบว่าเกิดการระคายเคืองหรือการแพ้ ก็ควรหยุดใช้ แล้วเปลี่ยนผลิตภัณฑ์ตัวใหม่ที่เป็นสูตรอ่อนโยน เหมาะกับสภาพผิวบอบบาง-แพ้ง่ายจะดีที่สุด พร้อมกันนี้ ควรดูแลผิวให้แข็งแรงยิ่งขึ้นด้วยการกินอาหารที่มีประโยชน์ โดยเฉพาะผักผลไม้ และนอนพักผ่อนให้เพียงพอ ก็จะช่วยเสริมสร้างความแข็งแรงให้ผิว ทำให้ผิวลดโอกาสในการระคายเคืองได้น้อยลงแล้วนั่นเอง

AHA, BHA, PHA คืออะไร ใครควรใช้และผลข้างเคียงที่สาวๆ ต้องรู้!

สาวๆ หลายคนอาจยังมีความสงสัยว่าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวพรรณต่างๆ ที่มีคุณสมบัติช่วยปรับผิวกายและผิวหน้าให้เรียบเนียน เพิ่มความขาวกระจ่างใส ลดการเกิดสิว และริ้วรอยนั้นทำได้อย่างไร ซึ่งแท้จริงแล้ว คุณสมบัติต่างๆ ที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนเป็นผลมาจาก AHA  BHA  PHA ซึ่งถือเป็นสารประกอบทางเคมีที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางมาอย่างยาวนาน และเมื่อขึ้นชื่อว่าเป็นสารประกอบทางเคมีแน่นอนว่าจะต้องตามมาด้วยผลข้างเคียงอย่างแน่นอน ดังนั้น เรามาทำความรู้จักกับสารประกอบเหล่านี้ให้มากขึ้นกันเถอะ

AHA คืออะไร?

AHA ย่อมาจาก Alpha hydroxy acidคือ สารสกัดธรรมชาติจากผลไม้ที่ฤทธิ์เป็นกรดสูงหรือมีรสเปรี้ยวสามารถพบเห็นได้ทั่วไปเช่น มะนาว ส้ม สัปปะรด ที่จะสกัดออกมาได้เป็น Citric acid, แอปเปิ้ล ที่จะสกัดออกมาได้เป็น Malic acid และมะขาม องุ่น ที่จะสกัดออกมาแล้วได้เป็น Tartaric acid เป็นต้น

AHA ถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอย่างแพร่หลายและถูกใช้มาเป็นเวลายาวนานกว่า 40 ปี เนื่องจากเป็นสารเคมีที่กระตุ้นให้มีการผลัดเซลล์ผิวและกระตุ้นการสร้างคอลลาเจน รวมถึงอีลาสตินใต้ชั้นผิวหนัง ทำให้ผิวพรรณดูสุขภาพดี ชะลอการเกิดรอยริ้วได้ผล

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกได้เลย การผลัดเซลล์ผิว 

AHA


ประโยชน์ของ AHA

1.ชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า

  • เนื่องจาก AHA มีส่วนกระตุ้นการสร้างของคอลลาเจน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ช่วยในการซ่อมแซมผิวและเพิ่มความยืดหยุ่นให้กันผิวพรรณ ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของAHA จึงสามารถชะลอการเกิดริ้วรอยและลดเลือนร่องรอยต่างๆ บนผิวได้

2.ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

  • ผิวที่จะมีสุขภาพดีไม่แห้งหรือเป็นสิวง่ายนั้น ต้องมีสภาพเป็นกรดหรือเบสอ่อนๆ ซึ่งAHA ก็สามารถตอบโจทย์ข้อนี้ได้ดี ปัจจุบันผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางครีมบำรุงผิวนิยมใช้ Malic acid มาเป็นส่วนผสม เพราะนอกจากจะช่วยปรับค่าสมดุลความเป็นกรดด่างให้ผิวแล้ว ยังสามารถช่วยรักษาความชุ่มชื้นบนผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.ป้องกันการเกิดสิว และลดเลือนรอยสิว

  • สิวและรอยสิว ส่วนมากเกิดจากการสะสมสิ่งสกปรกบนผิวหน้าและ AHA มีส่วนสำคัญในการช่วยผลัดเซลล์ผิว กระชับรูขุมขนและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเรียบเนียนกว่าเดิม

AHA เหมาะกับใคร

เครื่องสำอางหรือครีมบำรุงผิวที่ประกอบไปด้วย AHA สามารถใช้ได้กับทุกคน คุณแม่ตั้งครรภ์ก็สามารถใช้ได้เนื่องจากยังไม่มีรายงานผลข้างเคียงจากการใช้ AHA ที่ส่งผลกระทบต่อแม่และเด็ก ส่วนผู้ที่มีผิวเปราะบางแพ้ง่ายก่อนการใช้ควรทดสอบอาการแพ้ให้แน่นอนก่อน และเมื่อมีอาการผิดปกติให้หยุดใช้และพบแพทย์

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกได้เลย 7 สารเคมีที่ต้องระวังในเครื่องสำอาง

ผลข้างเคียงจากการใช้ AHA

เนื่องจากAHA เป็นสารประกอบทางเคมีจึงแฝงมาด้วยผลเสียแน่นอนอยู่แล้ว แต่จะเกิดผลเสียได้ในกรณีที่ใช้ในปริมาณที่เข้มข้นมากจนเกินไปเท่านั้น โดยปริมาณของ AHA ที่ควรผสมในผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ จะต้องไม่เกิน 10% ของสารทั้งหมด หากมีปริมาณที่เกินกว่านี้ควรใช้ให้อยู่ในความดูแลของแพทย์ สำหรับผู้ที่มีผิวแพ้ง่าย หรือผิวเปราะบาง ผลข้างเคียงที่ตามมาอาจจะทำให้มีอาการแสบผิว ผิวไหม้ ผิวแดง ผิวลอก หรืออาจทำให้ผิวหน้าไวต่อแสงแดดมากขึ้น

AHA, BHA


BHA คืออะไร?

BHA ย่อมาจาก Beta hydroxy acidคือ สารเคมีที่สังเคราะห์ขึ้นมาให้มีอนุพันธ์คล้ายคลึงกับ AHA ทำให้มีประสิทธิภาพช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่ใกล้เคียงกัน แต่มีข้อดีมากกว่านั่นคือ มีคุณสมบัติที่ทนต่อความร้อน ไม่แตกหรือเสื่อมได้ง่าย และสามารถละลายได้ในไขมันอย่างไรก็ตาม BHA ในสมัยก่อนส่วนมากนิยมใช้ในทางการแพทย์ผิวหนัง โดยช่วยในเรื่องของการรักษาโรคผิวหนังอักเสบ ผู้ที่มีฝ่ามือหรือฝ่าเท้าหนากว่าปกติ และปัจจุบันก็เริ่มนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอาง

ประโยชน์ของ BHA

1.ชะลอการเกิดริ้วรอยบนใบหน้า

  • เนื่องจาก BHA มีส่วนกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว และเนื่องจากคุณสมบัติที่ละลายในไขมันจึงทำให้สามารถซึมเข้าสู่ผิวหน้าได้ดีมากยิ่งขึ้น ดังนั้นผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของBHA จึงสามารถชะลอการเกิดริ้วรอยและลดเลือนร่องรอยได้เป็นอย่างดี

2.ป้องกันการเกิดสิว และลดเลือนรอยสิว

  • BHA มีส่วนสำคัญในการช่วยผลัดเซลล์ผิว กระชับรูขุมขนและกระตุ้นการสร้างผิวใหม่ที่กระจ่างใสและเรียบเนียนกว่าเดิม

BHA เหมาะกับใคร

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ BHA สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว หรือผู้ที่มีปัญหาริ้วรอย จุดด่างดำ รอยดำและรอยแดงจากสิว แต่ผู้ที่มีผิวแพ้ง่ายและผิวเปราะบางมากควรได้รับการทดสอบอาการแพ้ก่อน เมื่อมีปัญหาอาการผิดปกติแนะนำให้หยุดใช้ และพบแพทย์

ผลข้างเคียงจากการใช้ BHA

เนื่องจากเป็นอนุพันธ์ที่สังเคราะห์มาจาก AHA จึงมีคุณสมบัติและผลเคียงข้างที่คล้ายคลึงกันคือ สำหรับผู้ที่มีอาการแพ้ หรือผู้ที่ใช้ในปริมาณที่เข้มข้นเกินไป อาจทำให้เกิดการระคายเคืองผิว ผิวลอก ผิวบางและผิวไวต่อแสงแดดมากขึ้น

AHA, BHA, PHA


PHA คืออะไร?

PHA ย่อมาจาก Polyhydroxy acidคือ สารเคมีที่ดัดแปลงและสังเคราะห์มาให้มีคุณสมบัติเหมือน AHA และ BHA โดยมีคุณสมบัติหลักคือ สามารถกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว และจุดเด่นของ PHA คือจะมีโมเลกุลที่ใหญ่กว่าจึงทำให้สามารถดูแลผิวชั้นบนได้ละเอียดอ่อนและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังมีความเป็นกรดต่ำกว่าจึงทำให้เกิดการระคายเคืองผิวน้อยกว่า

ประโยชน์ของ PHA

ประโยชน์ของ PHA คล้ายคลึงกันกับAHA และ BHA แต่ข้อดีของสารเคมีชนิดนี้ คือสามารถดูแลผิวได้อย่างอ่อนโยนมากกว่า โดยสามารถดูแลผิวชั้นบนได้ละเอียดอ่อนและก่อให้เกิดการระคายเคืองผิวน้อยกว่า

PHA เหมาะกับใคร

ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนประกอบของ PHA สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผิว แต่เมื่อใช้ในปริมาณที่เข้มข้นมากๆ อาจส่งผลทำให้ผิวหน้าบางและไวต่อแสงแดด จึงแนะนำให้มีการทาครีมกันแดดก่อนออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

ผลข้างเคียงจากการใช้ PHA

ผลข้างเคียงของ PHA จะคล้ายคลึงกับ AHA และ BHA โดยเมื่อมีอาการแพ้หรือสารเคมีมีปริมาณมากเกินไปจะทำให้ผิวบาง เกิดอาการระคายเคืองแต่จะระคายเคืองผิวน้อยกว่า เนื่องจากความเป็นกรดน้อยกว่า

เครื่องสำอางและครีมบำรุงผิวที่มีส่วนประกอบของ AHA, BHA หรือ PHA ควรเลือกใช้ที่มีการระบุปริมาณที่ชัดเจนเพื่อป้องกันผลข้างเคียงที่อาจจะตามมาในอนาคต และควรทาครีมกันแดดปกป้องผิวก่อนออกแดดเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาผิวไวต่อแดดจนเกิดความคล้ำเสียต่อผิวตามมาได้

ผิวแห้งผิวขาดความชุ่มชื้น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร

เนื่องจากสภาพผิวของคนเราไม่เหมือนกัน และคนส่วนใหญ่ก็มักจะมีปัญหาเกี่ยวกับผิวของตนเอง ซึ่งเป็นปัญหาที่น่ารำคาญอยู่ไม่น้อย โดยเฉพาะคนที่มีปัญหา ผิวแห้ง ผิวขาดน้ำ หรือผิวขาดความชุ่มชื้น สภาพผิวดังกล่าวย่อมนำมาซึ่งอาการคันยุบยิบ และเกิดรอยแตกลายหรือเป็นขุยง่าย บางคนอาจจะแห้งมากจนถึงขั้นเกิดผื่นและเกิดผิวหนังลอกกันได้เลยทีเดียว หากใครเผชิญกับปัญหาผิวเหล่านี้บ่อยๆ อย่ามองข้ามกันต่อไปอีกเลยค่ะ โดยวันนี้เราจะพาคุณไปดูกันว่าผิวแห้ง ผิวขาดความชุ่มชื้นนั้น เหมือนหรือมีความแตกต่างกันอย่างไรบ้าง พร้อมวิธีดูแลผิวให้ชุ่มชื้นอย่างเหมาะสม จะได้มีผิวสวยใสอย่างมีสุขภาพดีนั่นเอง

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกเลย  การผลัดเซลล์ผิว คืออะไร

ผิวแห้ง

1. ผิวแห้ง(Dry Skin)

  • ผิวแห้งเกิดจากการที่น้ำมันหล่อเลี้ยงใต้ชั้นผิวหายไปหรือมีน้อยกว่าคนทั่วไป โดยปกติแล้วผิวหนังของคนเราจะมีผนังซึ่งทำหน้าที่ในการกักเก็บน้ำเอาไว้ในผิวเพื่อคงความชุ่มชื้น แต่หากผนังเกิดความผิดปกติบางอย่างก็จะทำให้ไม่สามารถกักเก็บน้ำไว้ที่ใต้ชั้นผิวได้ทำให้เกิดภาวะที่เรียกกันว่าผิวแห้งนั่นเอง ซึ่งผิวแห้งมักพบได้ในทั้งเพศหญิงและชาย ส่วนอายุที่มากขึ้นก็เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะผิวแห้งได้อีกเช่นเดียวกัน

สาเหตุที่ทำให้ผิวแห้ง

  • สาเหตุของภาวะผิวแห้งเกิดขึ้นได้หลายปัจจัย เช่น ผิวแห้งสามารถถ่ายทอดได้ทางพันธุกรรม โดยเราจะพบว่าบางคนมีสภาพผิวแห้งมาตั้งแต่แรกเกิดอย่างไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ และสภาพสิ่งแวดล้อมก็มีผลกระตุ้นให้เกิดผิวแห้งได้ด้วย เช่น สภาพอากาศ หากผิวเผชิญกับอากาศหนาวเย็น ก็จะทำให้ผิวแห้งได้มากยิ่งขึ้นเนื่องจากผิวสูญเสียความชุ่มชื้นไปกับสภาพอากาศที่หนาวเย็น

วิธีแก้ปัญหาผิวแห้ง

  • ลักษณะอาการของผิวแห้งนั้นให้สังเกตที่ผิวว่ามีสภาพความแห้งกร้านและหยาบกระด้างหรือไม่ เพราะในบางรายที่ผิวแห้งมากอาจเกิดขุยตามผิวหนังและหลุดลอกออกมา เมื่อไปแกะเกาผิวส่วนที่เป็นขุยอาจทำให้ผิวแดงอักเสบและเป็นแผลได้ ส่วนการบำรุงผิวแห้งนั้น ให้หมั่นทาโลชั่นที่มีส่วนผสมของวิตามินอี ก็จะช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิว นอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการอาบน้ำร้อน เพราะจะทำให้ผิวแห้งได้มากยิ่งขึ้น อีกทั้งควรดื่มน้ำสะอาดให้มากเพียงพอเพื่อเติมเต็มความชุ่มชื้นให้ผิวจากภายใน และยังช่วยป้องกันปัญหาผิวขาดน้ำได้ด้วย และที่สำคัญผู้ที่มีปัญหาผิวแห้ง ควรทาผลิตภัณฑ์มอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นเป็นประจำ และทาครีมกันแดดทุกวัน เพื่อบำรุงอย่างล้ำลึกและปกป้องผิวไม่ให้แห้งกร้านมากยิ่งขึ้น

2.ผิวขาดความชุ่มชื้น

  • ผิวขาดความชุ่มชื้นหรือผิวขาดน้ำ เป็นสภาวะของผิวที่ได้รับน้ำไม่เพียงพอต่อการหล่อเลี้ยงผิว ทำให้เกิดปัญหาทางผิวหนังต่างๆตามมา เช่น เกิดฝ้า กระ ความหมองคล้ำและริ้วรอยเหี่ยวย่น ซึ่งในบางรายอาจจะก่อให้เกิดสิวตามมาได้ง่ายอีกด้วย โดยคนที่มีผิวมันก็สามารถเกิดปัญหาผิวขาดน้ำได้เช่นกัน เนื่องจากการที่ผิวขาดน้ำ จะทำให้ผิวดึงน้ำออกมาเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นมากเกินไปจึงทำให้ผิวขาดน้ำนั่นเอง

สาเหตุที่ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้น

  • ผิวขาดความชุ่มชื้น สาเหตุหลักๆ มาจากการที่ผิวได้รับน้ำไม่เพียงพอ การโดนแสงแดดจัดจ้าและการเผชิญกับลมแรงๆ ก็ทำให้ผิวขาดความชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกัน โดยหากสังเกตอาการของคนที่มีผิวขาดน้ำจะพบว่าผิวจะมีลักษณะแห้งลอก มีอาการหน้ามันหรือหน้าแห้งเป็นบางครั้ง ซึ่งบางครั้งหน้ามันก็ทำให้เกิดขุยตามผิวได้อีกด้วย ขณะเดียวกัน สำหรับคุณผู้หญิง หากสังเกตได้ว่าแต่งหน้าไม่ติด รู้สึกว่าเครื่องสำอางไม่ติดทน นั่นก็แสดงให้เห็นว่าผิวมีการขาดน้ำด้วยนั่นเอง

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกเลย ครีมกันแดด สำหรับผิวแพ้ง่าย 

ผิวแห้ง-skin


วิธีแก้ปัญหาผิวขาดความชุ่มชื้น

  • การดื่มน้ำเยอะๆ เป็นการช่วยให้ร่างกายได้รับน้ำอย่างเพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย และยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้แก่ผิวด้วย โดยมาตรฐานของการดื่มน้ำต่อวันคือ วันละ 8-10 แก้ว นอกจากนี้ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวอย่างการใช้โลชั่นหรือครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์เข้มข้นก็จะช่วยเติมน้ำให้ผิว ทำให้ผิวชุ่มชื้นได้เช่นเดียวกันและการนอนหลับนั้นก็สำคัญอย่างมากโดยควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอเพื่อให้ร่างกายได้ซ่อมแซมส่วนต่างๆ ที่สึกหรอได้อย่างเต็มที่ ซึ่งก็มีผลในการฟื้นบำรุงผิวได้ให้กลับมามีสุขภาพดีได้ด้วยนั่นเอง

ผิวแห้งผิวขาดความชุ่มชื้น เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?

  • หลายคนมักเข้าใจผิดคิดว่าผิวแห้งและผิวขาดความชุ่มชื้นนั้นเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้ว สภาพผิวทั้ง 2 แบบนี้ถึงแม้ว่าจะมีสาเหตุและอาการคล้ายๆ กันแต่ก็ยังมีความแตกต่างกันอยู่ ซึ่งผิวแห้งนั้นมักมีสาเหตุการเกิดมาแต่กำเนิด โดยสภาพผิวจะแห้งกร้าน ไม่มีความมันบนผิวอยู่เลย ส่วนผิวขาดความชุ่มชื้นจะเกิดจากผู้ที่มีผิวสภาพปกติ แต่ได้รับน้ำไม่เพียงพอ ทำให้ผิวเกิดภาวะขาดความชุ่มชื้น อันเกิดจากการที่ร่างกายขาดน้ำ และผิวขาดน้ำก็สามารถเกิดขึ้นได้ในทุกสภาพผิว แม้แต่คนผิวมันก็สามารถเกิดภาวะผิวขาดน้ำได้เช่นเดียวกัน

และนี่ก็คือปัญหาผิวแห้ง และผิวขาดความชุ่มชื้น ปัญหาผิวประเภทหนึ่งที่หลายคนอาจจะมีข้อสงสัยว่าสภาพผิวดังกล่าวแตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไร เพื่อที่สาวๆ จะได้หันมาดูแลใส่ใจสภาพผิวที่มีปัญหาอย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรก็ตาม แม้อาการทั้ง 2 อย่างจะคล้ายกัน และการดูแลก็ย่อมคล้ายกันด้วยนั่นก็คือ การดื่มน้ำสะอาดให้มากเพียงพอ ทาครีมบำรุงผิวที่มีมอยส์เจอไรเซอร์บำรุงเป็นประจำ ควบคู่กับครีมกันแดด ปัจจัยดูแลผิวพื้นฐานเหล่านี้รับรองจะช่วยรับมือปัญหาผิวแห้ง และผิวขาดความชุ่มชื้นได้อย่างแน่นอนค่ะ

อยากขาวทำไงดี? คำถามนี้มีคำตอบ กับวิธีทำให้ผิวขาวง่ายๆ ทำได้ในชีวิตประจำวัน

อยากขาวทำไงดี ? คำถามนี้คงเคยเกิดขึ้นในใจใครหลายคนที่อยากจะมีสีผิวที่ขาวสว่างกระจ่างใส เนื่องจากสีผิวเดิมนั้นอาจเป็นสีที่ไม่ตรงใจ บางรายมีสีผิวที่หมองคล้ำ สีผิวไม่เรียบเนียนสม่ำเสมอและยังมีจุดด่างดำ มองแล้วรู้สึกไม่สดใส จึงเกิดความรู้สึกไม่มั่นใจเมื่อต้องใส่เสื้อผ้าที่เปิดเผยเรือนร่าง หลายคนจึงเสาะหาวิธีต่างๆ นานาในการทำให้ผิวขาวขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการทาครีม การรับประทานวิตามินบำรุงผิวขาวใสและการใช้เทคนิคทางการแพทย์หรือการศัลยกรรมเข้ามาช่วย

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกดู  10 โรงงานผลิตครีม

อยากขาวทำไงดี?

เชื่อได้ว่าสาวๆ ทุกคน รวมไปถึงคุณหนุ่มๆ ก็คงอยากจะมีผิวพรรณที่ขาวกระจ่างใส แลดูเป็นธรรมชาติ แต่จะทำอย่างไรให้ผิวขาวขึ้นได้อย่างเห็นผล วันนี้เรามีเคล็ดลับต่างๆ มาฝากกัน เพื่อให้คุณได้ลองนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันกับการทำให้ผิวขาวใสมากยิ่งขึ้น มาดูกันว่ามีเคล็ดลับใดบ้าง

อยากขาวทำไงดี


1.สครับผิว

  • การสครับผิวสามารถทำให้ผิวของคุณขาวขึ้นได้ เพราะการสครับจะช่วยให้เซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งเป็นต้นตอของปัญหาผิวหมองคล้ำหลุดออกไป ดังนั้นการสครับผิวเป็นประจำอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้งก็จะช่วยให้ผิวพรรณสาวๆ ขาวสว่างกระจ่างใสได้มากกว่าเดิม โดยผลิตภัณฑ์ที่นำมาใช้ขัดผิวนั้นควรเป็นวัตถุดิบจากธรรมชาติที่มีความเหมาะสมกับสภาพผิว ยิ่งเป็นเม็ดบีทส์ละเอียดอ่อนเล็กๆ ที่ให้ความอ่อนโยนต่อผิว เพื่อลดความเสี่ยงในการทำให้ผิวระคายเคืองยิ่งดีมากทีเดียวนอกจากนี้ ควรหลีกเลี่ยงการสครับผิวบ่อยครั้ง เพราะอาจทำให้เกิดการระคายเคืองแก่ผิวหรือทำให้ผิวแห้งได้

2.พอกผิว

  • นอกจากการสครับแล้ว การพอกผิวก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่ช่วยให้ผิวของคุณขาวใสได้เช่นกัน โดยเคล็ดลับที่เรานำมาฝากในวันนี้เป็นการพอกผิวด้วยโยเกิร์ต ซึ่งถือเป็นไอเท็มที่ได้รับความนิยมแพร่หลายในการนำมาพอกผิวเพื่อปรับความสว่างใสให้กับผิวพรรณ เพราะในโยเกิร์ตนั้นมีส่วนประกอบของแบคทีเรียที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย และมีสรรพคุณในการผลัดเซลล์ผิวได้อย่างอ่อนโยน
  • วิธีใช้พอกผิวก็ง่ายนิดเดียว เพียงนำโยเกิร์ตรสธรรมชาติมาผสมกับมะขามเปียกหรือน้ำมะนาวอย่างใดอย่างหนึ่ง และหากจะเติมผงขมิ้นเล็กน้อยเพื่อเพิ่มความผุดผ่องให้ผิวยิ่งขึ้นก็ได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม สาวคนไหนที่มีผิวแห้ง คุณอาจจะเติมน้ำผึ้งด้วยก็ได้ เพื่อให้ผิวชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน หลังจากได้ส่วนผสมเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็ให้นำมาพอกลงบนผิวหน้าและผิวกาย นวดอย่างเบามือ ทิ้งเอาไว้ราวๆ 20 นาทีแล้วล้างออกให้สะอาด ทำเป็นประจำสัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง จะทำให้ผิวพรรณของคุณดูขาวสว่างกระจ่างใสขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ แถมผิวจะนวลเนียนจนคุณสังเกตเห็นได้ชัดอีกด้วย

3.เลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของสาร BHA AHA

  • ครีมบำรุงผิวหน้าและผิวกายที่คุณเลือกใช้ควรใช้ครีมที่ส่วนผสมของสาร BHA หรือ AHA เพราะสารเหล่านี้มีประสิทธิภาพในการผลัดเซลล์ผิวที่ตายแล้ว ทำให้ผิวชั้นใหม่ขึ้นมาทดแทน หากใช้เป็นประจำก็จะทำให้ผิวที่หมองคล้ำกลับมาแลดูสุขภาพดี ขาวสว่างมากขึ้นได้ แต่ต้องระมัดระวังในระหว่างการใช้ครีมประเภทนี้ เพราะอาจทำให้ผิวหน้าและผิวกายของคุณไวต่อแสงแดด ดังนั้นจึงจำเป็นต้องทาครีมกันแดดทุกครั้งเมื่อต้องออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง

4.เลือกใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซี และวิตามินอี

  • สำหรับใครที่ไม่ชอบวิธีการผลัดเซลล์ผิว สามารถลองเปลี่ยนมาใช้ครีมบำรุงที่มีส่วนผสมของวิตามินซีและวิตามินอีได้เช่นกัน เพราะวิตามินซีมีสรรพคุณในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ที่จะทำให้ผิวมีความขาวสว่างกระจ่างใสมากขึ้น อีกทั้งยังบำรุงให้ชั้นผิวมีความแข็งแรง สร้างเกราะป้องกันให้กับผิวเมื่อต้องเผชิญมลภาวะ เช่นเดียวกับวิตามินอี ที่มีประโยชน์ต่อผิวไม่แพ้กัน เพราะจะช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น แข็งแรง และลดเรือนริ้วรอยก่อนวัยได้ หากรับประทานควบคู่กันก็จะเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้นของผิวหน้าและผิวกายอย่างชัดเจน

5.รับประทานอาหารเสริมผิวขาว

  • การรับประทานอาหารเสริมก็เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยที่ดี แต่อาจจะต้องใช้เวลาสักเล็กน้อยจึงจะเห็นผลการเปลี่ยนแปลงอย่างชัดเจน โดยอาหารเสริมที่เราแนะนำให้คุณรับประทานเพื่อปรับความสว่างกระจ่างใสของผิวก็คือ อาหารเสริมประเภทเมล็ดองุ่นที่มีสารฟลาโวยอนด์ หรือที่เรียกกันว่า โปรแอนโธไซยานิดิน ซึ่งมีฤทธิ์ในการต่อต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าวิตามินซีถึง 20 เท่า และมากกว่าวิตามินอี 50 เท่า หากรับประทานเป็นประจำร่างกายก็จะลดกระบวนสร้างเม็ดสีผิวที่ผิดปกติ เช่น ฝ้า กระ จุดด่างดำ จึงสามารถเปลี่ยนแปลงความหมองคล้ำของผิวหน้าและผิวกาย ให้เป็นความกระจ่างใสได้ นอกจากนี้อาหารเสริมประเภทเมล็ดองุ่น ยังมีสรรพคุณในการเสริมสร้างคอลลาเจนในชั้นผิวให้แข็งแรง จึงทำให้ผิวมีความยืดหยุ่น ริ้วรอยต่างๆ ดูจางลง ส่งผลให้ผิวแข็งแรงมากขึ้น

6.รับประทานอาหารที่มีประโยชน์

  • ถือเป็นวิธีง่ายที่สุด และเป็นวิธีพื้นฐานที่ควรทำให้เป็นนิสัย กับการเลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์โดยเฉพาะผักและผลไม้ที่มีเส้นใย เช่น มะเขือเทศ องุ่น ส้ม มะนาว ฝรั่ง ฯลฯ เพราะผลไม้เหล่านี้จะช่วยให้ร่างกายได้รับปริมาณของวิตามินซี และวิตามินอี ในระดับที่เพียงพอ ส่งผลให้ผิวแลดูสุขภาพดี ขาวสว่างสดใสจากภายในสู่ภายนอก อีกทั้งยังช่วยปรับระบบขับถ่ายให้ทำงานได้อย่างสมบูรณ์มากยิ่งขึ้นด้วย


ใช้ชีวิตประจำวันยังไงช่วยให้ผิวขาวขึ้น

นอกจากเคล็ดลับข้างต้นที่กล่าวมาแล้ว การใช้ชีวิตประจำวันอย่างถูกต้องและเหมาะสมก็ยังสามารถช่วยให้คุณขาวขึ้นได้ด้วยเช่นกัน มาดูกันดีกว่าว่าเราจะสามารถใช้ชีวิตประจำวันอย่างไรให้ขาวขึ้นได้บ้าง

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิกดู  คอลลาเจนคืออะไร

1.ทาครีมกันแดดก่อนออกจากบ้าน

  • สาวๆ ควรจำเอาไว้เสมอว่า มลภาวะภายนอกทั้งแสงแดด ฝุ่นควัน อาจจะทำร้ายผิวหน้าและผิวกายของเราให้มีความหมองคล้ำ ฝ้า กระ จุดด่างดำได้ทุกเมื่อ ดังนั้นการป้องกันที่ดีก็คือ ควรทาครีมกันแดดที่มีค่า SPF 30-50บนผิวหน้าและผิวกายทุกครั้งก่อนออกจากบ้าน เพื่อสร้างเกราะป้องกันให้กับผิวจากรังสี UVA และ UVB ที่อาจส่งผลกระทบต่อผิวของคุณ ทางที่ดีควรเลือกครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของสารบำรุง Whitening เพราะจะสามารถช่วยปรับระดับความสว่างของผิวจากสารบำรุงชนิดต่างๆ ที่อยู่ภายในครีมกันแดด และหากสาวๆ ต้องอยู่ท่ามกลางกิจกรรมกลางแจ้งที่ต้องเผชิญแสงแดดเป็นเวลานานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แนะนำให้ทาครีมกันแดดซ้ำทุก 2 ชั่วโมงเป็นดีที่สุด

2.ใช้อุปกรณ์ป้องกันแสงแดดช่วย

  • เพราะแสงแดดเป็นตัวการทำร้ายผิวให้หมองคล้ำ ก่อให้เกิดผิวคล้ำเสีย ไหม้เกรียม และเป็นที่มาของปัญหาผิวดำ ไม่ขาวสดใส แถมผิวยังหยาบกร้านง่ายอีกด้วย ดังนั้น สาวๆ จึงควรหลีกเลี่ยงการเผชิญแสงแดดให้มากที่สุด แต่หากไม่สามารถเลี่ยงได้ แนะนำให้ใช้อุปกรณ์ปกป้องผิวจากแสงแดด เช่น กางร่มเวลาออกจากบ้าน,สวมหมวก,ทาครีมกันแดด, สวมเสื้อผ้าแขนยาว กางเกงขายาว ฯลฯ เพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้ผิวของคุณห่างไกลจากการถูกแสงแดดทำร้ายโดยตรงจนทำให้ผิวดำคล้ำได้มากขึ้นแล้วค่ะ

3.ดื่มน้ำมากๆ

  • การดื่มน้ำเป็นวิธีง่ายๆ ที่จะช่วยให้ผิวมีสุขภาพดี เพราะน้ำถือเป็นส่วนประกอบสำคัญของผิวและร่างกาย อีกทั้งน้ำยังช่วยขจัดสารพิษและของเสียในร่างกายออกมา การดื่มน้ำจึงสามารถช่วยให้ผิวแลอิ่มน้ำและเปล่งประกายสดใสสะท้อนจากภายในสู่ภายนอกได้มากยิ่งขึ้น ดังนั้นใครที่รู้ตัวว่าดื่มน้ำน้อย ลองหันมาดื่มน้ำให้มากขึ้น อย่างน้อย 8-10 แก้ว ก็จะเป็นผลดีต่อผิวพรรณไม่น้อยเลยทีเดียว

4.ล้างหน้าให้สะอาด

  • การล้างหน้าเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ผิวของคุณแลดูสุขภาพดีขึ้นได้ โดยเฉพาะสาวๆ ที่แต่งหน้าเป็นประจำ ยิ่งต้องดูแลผิวหน้าเป็นพิเศษ ไม่ควรปล่อยเมคอัพให้อยู่บนผิวหน้าข้ามคืน เพราะอาจทำให้ผิวเกิดสิวอุดตัน หรือความหมองคล้ำที่เกิดการสะสมของเครื่องสำอางบนผิวหน้า ดังนั้นก่อนเข้านอนหรือหลังจากกลับมาบ้านแล้ว สิ่งสำคัญที่ไม่ควรลืมก็คือ การเช็ดคราบเครื่องสำอางออกให้สะอาดหมดจดเสียก่อนโดยการใช้คลีนซิ่งเช็ดทำความสะอาดเครื่องสำอาง จากนั้นล้างหน้าด้วยโฟมล้างหน้าหรือสบู่เหลวที่มีส่วนผสมของ Whitening เพื่อช่วยปรับสภาพผิวหน้าให้ขาวขึ้น

5.ใช้โทนเนอร์ที่ช่วยให้ผิวขาว

  • หลังจากล้างหน้าหรือทำความสะอาดผิวหน้าเสร็จเรียบร้อยแล้ว เพื่อให้มั่นใจว่าผิวหน้าสะอาดเกลี้ยงเกลาอย่างแท้จริง แนะนำให้คุณเลือกใช้โทนเนอร์ในการเช็ดทำความสะอาดผิวหน้าอีกครั้ง โดยควรเลือกโทนเนอร์ที่มีคุณสมบัติช่วยบำรุงผิวให้ขาวกระจ่างใสในตัว และควรใช้เป็นสูตรไร้แอลกอฮอล์เพื่อไม่ทำให้หน้าแห้งกร้าน รับรองว่าวิธีนี้นอกจากจะช่วยป้องกันการเกิดสิวอย่างได้ผลแล้ว ผิวของคุณก็จะขาวเนียนใสอย่างไร้ที่ติแน่นอน

6.บำรุงผิวก่อนนอน

  • หลังจากเช็ดหน้าด้วยโทนเนอร์กันไปแล้วมาถึงขั้นตอนการบำรุงผิวหน้ากันบ้างสาวๆ บางคนอาจจะเลือกใช้เซรั่ม ครีมบำรุงผิวหรือโลชั่นต่างๆ ในการทาผิวหน้าก่อนนอน ตลอดจนถึงผิวกาย โดยทาให้ทั่วเรือนร่างหลังจากอาบน้ำเสร็จแล้ว ซึ่งสาวๆ ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของวิตามินซี วิตามินอี หรือสารที่ช่วยผลัดเซลล์ผิวประเภท BHA หรือ AHA เพราะผลิตภัณฑ์ประเภทนี้จะช่วยบำรุงผิวหน้าสาวๆ ให้มีความขาวสว่างกระจ่างใสมากขึ้น เซลล์ผิวที่ตายแล้วก็จะหลุดออก เผยผิวใหม่ที่แลดูสุขภาพดีมากยิ่งขึ้น หากบำรุงเป็นประจำก็จะยิ่งเห็นผลลัพธ์ของการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างรวดเร็ว

7.ฟื้นฟูผิวให้ขาวเร่งด่วนด้วยสลีปปิ้งมาส์ก

  • สลีปปิ้งมาส์ก คือมาส์กบำรุงที่มาในรูปแบบเนื้อครีม ลักษณะคล้ายกับครีมทาผิวชนิดเข้มขั้น เพียงแต่สลีปปิ้งมาส์กนี้จะทำหน้าที่ในการบำรุงและฟื้นฟูผิวขณะยามหลับตลอดคืน ให้ผิวสาวได้รับการฟื้นฟูอย่างเต็มที่ขณะนอนหลับ โดยคุณควรเลือกมาส์กชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวกระจ่างใส ช่วยลดเลือนจุดด่างดำและริ้วรอยไปในตัว หากใช้เป็นประจำหรือใช้ในช่วงที่ผิวทรุดโทรมอ่อนล้า รับรองค่ะว่าผิวจะได้รับการฟื้นฟูดูแลจนกลับมามีสภาพที่อิ่มเอิบ เปล่งปลั่งสดใสและขาวขึ้นอย่างมีสุขภาพดีจนสังเกตได้แน่นอน แต่หากใครไม่สะดวกใช้สลีปปิ้งมาส์ก จะมาส์กหน้าด้วยโยเกิร์ต มะขามเปียกหรือน้ำมะนาว และน้ำผึ้งซึ่งเป็นสูตรจากธรรมชาติสัก 20 นาทีก่อนนอนก็ได้ วิธีนี้ก็จะช่วยปรับสภาพผิวให้ขาวใส พร้อมช่วยลดปัญหาสิว และริ้วรอยได้เช่นเดียวกัน

8.กินวิตามินซี หรือคอลลาเจน

  • อย่างที่ทราบกันดีว่าอาหารที่มีประโยชน์ต่อผิวก็คือ ผักและผลไม้ แต่หากสาวๆ คนไหนไม่มีเวลาในการหาอาหารดังกล่าวมารับประทานได้สม่ำเสมอทุกวัน เราขอแนะนำให้คุณหันมาใช้ตัวเลือกที่ง่าย และเห็นผลในการมีผิวขาวใสได้อย่างรวดเร็วไม่แพ้กันนั่นก็คือ การกินอาหารเสริมบำรุงผิวขาวอย่างวิตามินซีหรือคอลลาเจนนั่นเอง โดยปัจจุบันก็มีวางจำหน่ายหลากหลายยี่ห้อให้เลือกซื้อเลือกใช้ ลองพิจารณาเลือกสักยี่ห้อที่ตอบโจทย์ในการบำรุงผิว โดยเฉพาะสูตรที่ทำให้ผิวขาวใส เพียงเท่านี้สารอาหารต่างๆ ก็จะช่วยบำรุงทั้งสุขภาพร่างกายและบำรุงผิวพรรณจากภายในสู่ภายนอกให้เปล่งประกายสดใส มีออร่าในตัวได้อย่างชัดเจนขึ้นแล้วล่ะ

9.ออกกำลังกายเป็นประจำ

  • การออกกำลังกาย นอกจากจะทำให้ร่างกายแข็งแรงแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้เลือดผลิตออกซิเจนไปหล่อเลี้ยงส่วนต่างๆ ของร่างกายได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยจะช่วยกำจัดของเสียส่วนเกินในร่างกาย ทำให้ผิวพรรณเปล่งสดใส อ่อนเยาว์มากขึ้น เราจึงจะเห็นได้ว่าคนที่ออกกำลังกายเป็นประจำ มักจะมีสุขภาพผิวที่ดีกว่าคนที่ไม่ออกกำลังกายเลย แถมยังไม่แก่เร็วอีกด้วยซึ่งนั่นเป็นเพราะระบบต่างๆ ภายในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ สุขภาพผิวจึงดีตามไปด้วย สาวๆ ที่ไม่มีเวลาออกกำลังกายในแต่ละวันก็ไม่ต้องกังวลไป เพียงเปลี่ยนวิธีจากการขึ้นลิฟท์เป็นการเดินขึ้นบันได เดินให้เร็วขึ้น หรือทำงานบ้านบ่อยๆ ก็ถือว่าเป็นการออกกำลังกายแล้วค่ะ

10.นอนพักผ่อนให้เพียงพอ

  • การนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เป็นทางลัดง่ายๆ สู่การมีผิวที่ขาวกระจ่างใสอย่างมีสุขภาพดีได้อย่างเป็นธรรมชาติ เพราะในขณะที่เรานอนหลับ ร่างกายจะทำการซ่อมแซมและฟื้นฟูส่วนที่สึกหรอ รวมแม้กระทั่งการฟื้นบำรุงผิวด้วยเช่นกัน หากคุณเข้านอนช่วงเวลา 4 ทุ่ม ไม่นอนดึกเกินไป และหลับลึกสนิทในระหว่างช่วงเวลา4 ทุ่มจนถึงตี 2 ฮอร์โมนแห่งความอ่อนเยาว์ก็จะหลั่งออกมาทำหน้าที่บำรุงผิวภายใน ทำให้ยามเช้าที่สาวๆ ตื่นขึ้นมาก็จะพบกับสภาพผิวที่อิ่มเอิบ เปล่งปลั่งกระจ่างใส ผิวแลดูสุขภาพดี เพราะถ้าเมื่อไรที่นอนดึกหรือนอนไม่พอ สังเกตดูได้เลยว่าสภาพผิวช่วงนั้นจะอิดโรย แห้งกร้านและแลดูหมองคล้ำ เป็นที่มาของปัญหาริ้วรอย แถมยังเป็นสิวง่ายอีกด้วย ดังนั้น หากอยากมีผิวขาวสวยล่ะก็ ต้องนอนพักผ่อนให้เพียงพอ โดยทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันอย่างที่ไม่ควรละเลยเด็ดขาด


           ใครว่าการทำให้ผิวขาวสว่างกระจ่างใสมากขึ้นเป็นเรื่องยาก เปลี่ยนความคิดใหม่ได้เลยค่ะ เพราะจากนี้การทำให้ผิวขาวจะไม่ใช่เรื่องยากอย่างที่คุณคิดอีกต่อไปแน่นอน ลองนำเอาวิธีที่เรานำมาฝากกันนี้ไปปรับใช้ดู รับรองจะช่วยให้สาวๆ ที่มีปัญหาผิวหมองคล้ำ หรือผิวไม่สว่าง กระจ่างใส สามารถกลับมามีสุขภาพผิวที่ดีมากยิ่งขึ้นได้อีกครั้งและสำหรับคำถามที่ว่า “อยากขาวทำไงดี” คำตอบทั้งหมดที่เราแนะนำไปเบื้องต้นนี้ก็ตอบคุณได้อย่างชัดเจนแล้วค่ะ

อาหารเสริมลดน้ำหนัก ยี่ห้อไหนดี

นอกจากการออกกำลังกายและควบคุมอาหารแล้ว อีกหนึ่งตัวช่วยที่จะทำให้สาวๆ มีรูปร่างเพรียวฟิตแอนด์เฟิร์มได้มากขึ้นก็คือ การกิน อาหารเสริมลดน้ำหนัก นั่นเองซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งทางลัดสู่หุ่นสวยที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน เพราะในอาหารเสริมลดความอ้วนนั้น ล้วนมีส่วนประกอบจากสมุนไพรธรรมชาติผสานด้วยสารสกัดที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกาย ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น และวันนี้เราก็มี 10 อันดับอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมมาแนะนำให้ได้ทราบกัน มีแบรนด์ไหนน่าสนใจบ้างนั้น มาดูกันเลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิก การดีท็อกลำไส้ 

ยาลดความอ้วน-ปลอดภัย


10 อันดับอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยม

สำหรับ 10 อันดับอาหารเสริมที่กินแล้วลดน้ำหนักหรือลดความอ้วนได้ผล มีดังนี้

1.อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก Slenza

  • อาหารเสริม ยาลดน้ำหนัก Slenza อุดมคุณค่าด้วยสารสกัด Leptivate จากอเมริกาเจ้าเดียวประเทศไทย ที่มีส่วนช่วยในการควบคุมอาหารและลดน้ำหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยมีสารสกัดจากชาเขียวอย่าง Green Tea Extract และ Chitosa ที่ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้

2.ยาลดน้ำหนัก Praya LB

  • ยาลดน้ำหนัก Praya LB เม็ดสีเขียว เหมาะสำหรับสาวๆ ที่ต้องการลดความอ้วนอย่างเป็นธรรมชาติ และปลอดภัยต่อร่างกาย เพราะภายในตัวยามีสารสกัดจากสมุนไพรลดน้ำหนัก 100% ปราศจากเคมีสังเคราะห์ และไม่มีส่วนผสมของไซบูทรามีน หรือสารอันตราย

3.อาหารเสริมควบคุมน้ำหนัก Dietonica

  • เป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสับปะรดโดยทำหน้าที่ในการดึงเซลล์ไขมันเก่าออกมาใช้เป็นพลังงาน ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมัน ลดเซลลูไลท์บริเวณต้นขา ต้นแขน และหน้าท้องได้เป็นอย่างดี ทำให้ผิวกลับมากระชับตึงเปรี๊ยะได้ตามที่ใจต้องการ

4.อาหารเสริมลดน้ำหนัก Amado S อมาโด้ เอส

  • อาหารเสริมลดน้ำหนัก Amado S อมาโด้ เอส เป็นอาหารเสริมที่มีความปลอดภัยสูง เพราะได้รับการรับรองมาตรฐานจากองค์การอาหารและยา ใช้โรงงานในการผลิตยาลดน้ำหนักโดยเฉพาะภายใต้มาตรฐานการผลิต GMP ที่จะทำให้สาวๆ อุ่นใจได้ว่าจะมีผลลัพธ์ของน้ำหนักที่ลดลงได้ตามต้องการอย่างแน่นอน

5.อาหารเสริมลดน้ำหนัก Amarita

  • อาหารเสริมลดน้ำหนักที่การันตีว่าปลอดภัยไม่มีส่วนผสมของสารไซบรูทามีน และยังมีคุณประโยชน์จากกระบองเพชรประเทศเม็กซิโก ที่นำมาสกัดลงภายในตัวยาเพื่อลดความอยากอาหาร ทำให้สาวๆ รับประทานอาหารได้น้อยลง เห็นผลของหุ่นสวยได้สัดส่วนเป๊ะตามที่ต้อการได้อย่างรวดเร็ว

6.อาหารเสริมลดน้ำหนัก Block 4 Slimm (กิฟฟารีน)

  • ยาลดน้ำหนักที่ปลอดภัยเพราะผลิตภายใต้แบรนด์ กิฟฟารีน แบรนด์เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพที่ได้รับการยอมรับจากสาวๆ ทั่วประเทศ โดยมีสารสกัดปลอดภัย สามารถบล็อกแป้ง ดักจับไขมันภายในร่างกายได้

7.อาหารเสริมลดความอ้วน Nuvitra Finix

  • เปลี่ยนแปลงรูปร่างให้สวยเป๊ะได้ตามใจคุณด้วยผลิตภัณฑ์เสริมอาหารลดความอ้วนเพื่อดูแลรูปร่าง ควบคุมน้ำหนัก บล็อกส่วนเกินของแป้ง น้ำตาล ไขมัน ไม่ให้สะสมภายในร่างกาย สัดส่วนจึงดูกระชับได้อย่างที่ใจต้องการ

8.อาหารเสริมลดความอ้วน Chimz ชิมส์

  • ยาลดความอ้วนที่มีความปลอดภัย มั่นใจเพราะมี อย. รับประกัน ซึ่งสาวๆ ทั่วประเทศต่างเห็นผลในความเปลี่ยนแปลงของรูปร่างหลังจากรับประทานภายในเวลาไม่นาน โดยภายในตัวยามีสารสกัดจากสมุนไพรธรรมชาติ 8 ชนิด ที่มีส่วนช่วยเร่งอัตราการเผาผลาญของร่างกายและช่วยกระตุ้นระบบขับถ่ายให้ทำงานได้ดียิ่งขึ้น

9.อาหารเสริมลดความอ้วน Verena Sure เวอรีนา ชัวร์

  • สรรพคุณเด่นของอาหารเสริมลดความอ้วน Verena Sure คือส่วนผสมของไคโตซานที่สกัดมาจากผนังของเซลล์เห็ดฟังไจ โดยโดดเด่นในเรื่องการดักจับไขมันที่มากับอาหารได้ดีกว่าไคโตซานจากสัตว์ และยังช่วยควบคุมระดับคอเลสเตอรอลในเลือดให้คงที่ ช่วยลดความอยากอาหารในแต่ละมื้อลงได้เป็นอย่างดี

10.อาหารเสริมลดน้ำหนัก Body Key (แอมเวย์)

  • อีกหนึ่งผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่มาจากแบรนด์น่าเชื่อถืออย่างแอมเวย์ ที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยมีส่วนประกอบของโปรตีน วิตามิน และใยอาหารที่จะช่วยลดความอยากอาหารลงได้ ทำให้คุณมีหุ่นสวยได้ตามที่ใจต้องการมากขึ้น

ยาลดความอ้วน - 10อันดับ

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิก 10 โรงงานผลิตครีม


อาหารเสริมลดความอ้วนที่อันตราย จะใส่สารอะไร

  • อาหารเสริมลดความอ้วนที่มีวางขายตามท้องตลาดนั้น มักจะมีอาหารเสริมที่ปลอดภัย และอันตรายปะปนกัน ทำให้ผู้เลือกซื้อต้องพิจารณาส่วนประกอบของอาหารเสริมให้ถี่ถ้วน เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อร่างกาย โดยอาหารเสริมลดความอ้วนที่อันตรายนั้น ส่วนใหญ่แล้วมักจะมีส่วนผสมของสารไซบูทรามีน ซึ่งเป็นสารที่มีผลกระทบต่อหัวใจและความดันโลหิต

สารไซบูทรามีน คืออะไร

  • สารไซบูทรามีน คือสารเคมีอินทรีย์ที่มีฤทธิ์ต่อระบบประสาทส่วนกลาง โดยจะทำหน้าที่ยับยั้งความหิว ดังนั้นอาหารเสริมลดความอ้วนส่วนใหญ่จึงมักจะที่จะใส่สารชนิดนี้เข้าไปเพื่อทำให้ร่างกายของผู้บริโภคไม่รู้สึกหิว ซึ่งอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อยในผู้ที่รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนประกอบของไซบูทรามีนก็คือ ความดันโลหิตสูง, หัวใจเต้นเร็วขึ้น ปากแห้ง, ปวดศีรษะ, ท้องผูก และนอนไม่หลับ
  • หากผู้ป่วยโรคหัวใจ ผู้ป่วยความดัน หลอดเลือดสมองตีบ หรือหญิงตั้งครรภ์ รับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารชนิดนี้เข้าไป ก็จะส่งผลอันตรายถึงชีวิตได้ ดังนั้นผู้เลือกซื้อควรเช็คให้ดีก่อนว่าอาหารเสริมประเภทนั้นๆ มีส่วนประกอบของไซบูทรามีนหรือไม่ เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเอง

ลดความอ้วน-สารไซบูทรามีน


10 อาหารเสริมลดน้ำหนัก แบรนด์ดารา

  • หลังจากได้รู้จัก 10 อันดับอาหารเสริมลดน้ำหนัก ลดความอ้วนแบรนด์ดังต่างๆ ไปข้างต้นแล้วจากนี้เราจะพาสาวๆ ไปพบกับ 10 แบรนด์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่เหล่าดารานักแสดงเป็นเจ้าของหรือเป็นพรีเซนเตอร์กันบ้าง ซึ่งถือเป็นแบรนด์ที่มีความน่าเชื่อถือ เพราะตัวพรีเซนเตอร์นั้นก็ใช้ยาของตัวเองในการลดน้ำหนัก กระชับเรือนร่างเช่นกัน อีกทั้งยังเป็นแบรนด์ที่ได้รับมาตรฐานความปลอดภัยจากอย. ว่าไม่เกิดผลเสียต่อร่างกายและไม่มีส่วนผสมของสารไซบูทรามีนอย่างแน่นอน มาดูกันดีกว่าว่ามีแบรนด์อาหารเสริมลดน้ำหนักของดารานักแสดงแบรนด์ไหนที่น่าสนใจกันบ้าง

1.LB9

  • อาหารเสริมแบรนด์ดังที่ไม่มีใครไม่รู้จัก เพราะเป็นแบรนด์จากนักแสดง ดีเจชื่อดังอย่างคุณต้นหอม ศกุนตลาและดีเจมะตูม ที่ได้รับความนิยมจากผู้ใช้จริง เห็นผลของน้ำหนักที่ลงเร็วทันใจ ปลอดภัยต่อสุขภาพ ยับยั้งความอยากอาหารได้อย่างอยู่หมัด ทำให้คุณมีสรีระที่สวยงาม สมส่วนดังใจต้องการ

2.Cho12

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมภายใต้การดูแลของ เนย โชติกา ที่เป็นผู้คิดค้นสูตรของอาหารเสริมชนิดนี้ด้วยตัวเอง กับประสิทธิภาพที่ยอดเยี่ยมในการลดน้ำหนัก ที่ผู้ใช้หลายรายต่างกลับมาซื้อซ้ำเพราะผลลัพธ์ที่ได้ตรงตามความต้องการ

3.GDM Blossom Jelly

  • ยาลดน้ำหนักที่มาในรูปแบบซองชงพร้อมดื่ม สะดวกต่อการลดน้ำหนักต่างจากแบรนด์อื่นๆ ที่วางขายตามท้องตลาด โดยมีใหม่ ดาวิกามาเป็นพรีเซนเตอร์ นอกจากจะช่วยในเรื่องของเรือนร่างที่กระชับได้สัดส่วนมากขึ้นแล้ว ภายในยาตัวนี้ยังมีสรรพคุณของสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องการบำรุงสายตาอีกด้วย

4.TripleZs Plus By Kelly

  • แบรนด์ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมลดน้ำหนักของเคลลี่ ธนะพัฒน์ นักแสดงหนุ่มรุ่นใหญ่ ที่ได้รับการยืนยันว่าเป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัยต่อสุขภาพ เพราะมาพร้อมสารสกัดธรรมชาติ 8 ชนิดที่มีประสิทธิภาพในการเผาผลาญไขมันส่วนเกินภายในร่างกายอย่างเห็นผล อีกทั้งยังสามารถบล็อกไขมันและจำกัดออกด้วยการขับถ่าย

5.Amando S Complex Garcinia

  • อาหารเสริมลดน้ำหนักจากอดีตนักร้องชื่อดังอย่าง เชน ธนา ที่ปัจจุบันผันตัวมาเป็นเจ้าพ่ออาหารเสริมหลายชนิด โดยอาหารเสริมลดน้ำหนักแบรนด์นี้เป็นอีกหนึ่งไลน์ที่แตกออกจากแบรนด์หลักอย่าง Amado S โดยมาพร้อมความสามารถในการยับยั้งไม่ให้ไขมันใหม่เข้าสู่ร่างกาย ทำให้อิ่มนาน และเร่งการเผาผลาญไขมันให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

6.Caloblock Plus 8

  • อาหารเสริมลดน้ำหนักที่มีคุณแหม่ม จินตหรา สุขพัฒน์เป็นพรีเซนเตอร์และยืนยันว่าใช้เองจริง โดยตัวยามาพร้อมคุณสมบัติของการดักจับแป้ง น้ำตาล และไขมันของอาหารที่กินเข้าไปแต่ละมื้อ ทำให้เห็นผลของน้ำหนักที่ลดลงอย่างรวดเร็ว แม้ว่าจะไม่ได้ออกกำลังกาย ร่างกายก็จะมีหุ่นที่กระชับ ฟิตแอนด์เฟิร์มได้

7.Amazy

  • แบรนด์อาหารเสริมที่คนในวงการลดน้ำหนักรู้จักกันเป็นอย่างดี อีกทั้งยังมีน้องโยชิ มิสทิฟฟานี่และเน็ตไอดอลคนดังมาเป็นพรีเซนเตอร์ให้ด้วย เรื่องคุณภาพรับประกันความพึงพอใจ เห็นผลน้ำหนักที่ลดลงอย่างเป็นธรรมชาติแน่นอน ไม่มีส่วนผสมของไซบูทรามีนหรือส่วนประกอบอันตราย มีอย. ปลอดภัย 100%

8.Verena Sure

  • สุดยอดแบรนด์อาหารเสริมลดน้ำหนักที่ได้รับสิทธิบัตรเทคโนโลยีการผลิตจากเบลเยี่ยมเรื่องนวัตกรรมดักจับไขมัน โดยเป็นแบรนด์ที่วีเจวุ้นเส้น วิริฒิพา รับประทานด้วยตัวเองจริงๆ ก่อนเข้าวงการและมีการพัฒนาสูตรมาเรื่อยๆ เพื่อตอบโจทย์สาวๆ ที่มีปัญหาเซลลูไลท์ และไขมันส่วนเกิน

9.Kalo

  • ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมที่มีกิ๊บซี่ วนิดา เป็นพรีเซนเตอร์ ดักจับไขมันตั้งแต่เม็ดแรก ลดความอยากอาหารในทุกๆ มื้อ ทำให้การลดน้ำหนักเป็นไปอย่างธรรมชาติ นอกจากนี้ยังมาพร้อมสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่ทำให้ระบบการเผาผลาญภายในร่างกายทำงานได้อย่างสมบูรณ์ นอกจากจะมีหุ่นที่กระชับขึ้นแล้ว ผิวพรรณก็ยังเปล่งปลั่งสวยงามขึ้นอีกด้วย

10.Itcha

  • ปิดท้ายกันที่ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมแบรนด์ดังที่มีสาวจั๊กจั่น อคัมย์สิริเป็นพรีเซนเตอร์โดยเจ้าตัวมั่นใจในคุณภาพของแบรนด์สินค้าถึงกับยอมมาเป็นพรีเซนเตอร์อาหารเสริมลดน้ำหนักเป็นครั้งแรก อีกทั้งยังทดลองกินเองและเห็นผลของรูปร่างที่กระชับได้สัดส่วนมากยิ่งขึ้น

ยาลดความอ้วน-ผอม


วิธีเช็คเลข อย. อาหารเสริมลดน้ำหนัก

  • จริงอยู่ ที่เลขอย. ถือเป็นเครื่องการันตีที่แสดงให้เห็นว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักเหล่านั้น เป็นอาหารเสริมที่ปลอดภัย ได้มาตรฐาน แต่ในปัจจุบันก็มีการปลอมแปลงเลขอย. เยอะมาก ผู้บริโภคจึงจำเป็นต้องมีวิธีตรวจสอบว่าเลขอย. เหล่านั้นเป็นเลขที่ผ่านการขึ้นทะเบียนจริงหรือไม่ ก่อนตัดสินใจซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนักแต่ละแบรนด์ทุกครั้งเพื่อความปลอดภัยของตัวท่านเอง
  • โดยวิธีตรวจสอบหมายเลข อย . อาหารเสริมลดน้ำหนักสามารถทำได้ด้วยนำเลขอย. บนฉลากผลิตภัณฑ์ของอาหารเสริมลดน้ำหนักนั้นๆ ไปตรวจสอบในเว็บไซต์ http://porta.fda.moph.go.th/FDA_SEARCH_ALL/MAIN/SEARCH_CENTER_MAIN.aspx ซึ่งเป็นเว็บตรวจสอบผลิตภัณฑ์โดยตรงของกระทรวงสาธารณสุข โดยคุณสามารถนำชื่ออาหารเสริม ชื่อแบรนด์ เลขสถานที่ เลขอย. ประเภทอาหาร มาทำการตรวจสอบได้หมด หากเป็นสินค้าที่จดหมายเลขอย. จริง ไม่ปลอมแปลง ก็จะมีการแสดงข้อมูลของผู้ผลิตขึ้นมาอย่างครบถ้วน คุณก็จะสามารถมั่นใจขึ้นได้ว่า อาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อนั้น ปลอดภัย และไม่หลอกลวงผู้บริโภค
  • อาหารเสริมลดน้ำหนักในท้องตลาดที่วางจำหน่ายนั้น เป็นอาหารเสริมที่มีส่วนผสมของสารสกัดหลากหลาย ซึ่งจะได้ผลหรือไม่นั้น ล้วนแตกต่างกันไปแล้วแต่บุคคล ดังนั้นการรับประทานอาหารเสริมลดความอ้วนหากต้องการให้เห็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุดคือคุณควรออกกำลังกายควบคู่กับการควบคุมอาหาร โดยเลือกกินอาหารที่มีประโยชน์ หลีกเลี่ยงอาหารที่ทำให้อ้วนเพียงเท่านี้ก็จะช่วยให้คุณเห็นผลของสรีระที่มีความกระชับได้สัดส่วน หุ่นเพรียวสวยฟิตแอนด์เฟิร์มได้อย่างใจต้องการแน่นอน

ยาลดความอ้วน-10


แนะนำกระทู้เด็ดเกี่ยวกับอาหารเสริมลดน้ำหนักใน Pantip

  • พันทิป เว็บบอร์ดชื่อดังของประเทศไทย ได้มีเหล่าสมาชิกพูดถึงอาหารเสริมลดน้ำหนักกันอย่างแพร่หลาย ซึ่งส่วนใหญ่ล้วนเป็นกระทู้ที่ผู้ทานอาหารเสริมลดน้ำหนักนั้นๆ มาบอกเล่าประสบการณ์ของผลลัพธ์ที่ได้ ทำให้ผู้ที่กำลังสนใจอยากกินอาหารเสริมลดน้ำหนักยี่ห้อต่างๆ ตัดสินใจได้ง่ายมากขึ้น เรามาดูกันดีกว่ามีกระทู้ไหนน่าสนใจกันบ้าง

https://pantip.com/topic/31880976

  • กระทู้นี้เป็นกระทู้ของสมาชิกหมายเลข 990338  ที่มาตั้งคำถามว่า Cob9 อาหารเสริมของดาราสาวเนย โชติกา ทานแล้วดีไหมเป็นอย่างไรบ้าง ซึ่งก็มีความคิดเห็นที่เข้ามาแชร์ประสบการณ์ในการรับประทาน ที่เห็นผลได้จริง แต่ต้องออกกำลังกายควบคู่ไปด้วย ใครที่กำลังสงสัยว่าอาหารเสริมลดความอ้วนยี่ห้อจะช่วยคุณได้มากแค่ไหน และมีวิธีในการรับประทานอย่างไร เข้าไปเช็คกันได้ที่กระทู้นี้เลยค่ะ

https://pantip.com/topic/32002935

  • กระทู้ของสมาชิกหมายเลข 1215721 กับการตั้งคำถามว่า Cob9 ของเนย โชติกา,Secret slim ของนิวเคลียร์ หรรษาและ Block & Burn ของ VRZO แบรนด์ไหนช่วยลดน้ำหนักได้มากกว่ากัน กระทู้นี้มีสมาชิกเข้ามาให้ความรู้ที่เป็นประโยชน์สำหรับผู้ที่กำลังมองหายาลดน้ำหนักที่รับประทานแล้วได้ผล ไปลองดูกันดีกว่าความเห็นของเพื่อนๆสมาชิกนั้นจะโหวตให้ตัวไหนดีที่สุด

https://pantip.com/topic/33786662

  • สำหรับใครที่อยากรู้ว่าอาหารเสริมลดน้ำหนักแต่ละชนิดที่วางขายอยู่ในท้องตลาดนั้น แต่ละตัวมีดีอย่างไรบ้าง เจ้าของกระทู้ หมายเลขสมาชิก 2403757 ได้รวบรวมเอาไว้ให้คุณได้อ่านกันแล้วค่ะในกระทู้นี้ เรียกว่าจัดเต็มมาแทบจะทุกยี่ห้อที่มีวางขายเลยทีเดียว ซึ่งแต่ละตัวก็มีทั้งข้อดีและข้อเสียแตกต่างกันไป อ่านแล้วจะช่วยทำให้สาวๆ ตัดสินใจในการเลือกซื้ออาหารเสริมลดน้ำหนักได้ง่ายยิ่งขึ้น มาดูกันดีกว่าว่ามียี่ห้ออะไรบ้าง และแต่ละตัวช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง

https://pantip.com/topic/30626526

  • อีกหนึ่งกระทู้ที่เพื่อนสมาชิกเข้ามาถามถึงอาหารเสริมลดน้ำหนักที่รับประทานแล้วช่วยเร่งการเผาผลาญให้กับร่างกายได้ดี ซึ่งก็หลายความเห็นเข้ามาให้ความแนะนำกันมากมาย เพราะแต่ละยี่ห้อที่นำมาแชร์กันนั้นเรียกว่ามีหลายยี่ห้อที่น่าสนใจลองซื้อเลยทีเดียว

https://pantip.com/topic/35122297

  • กระทู้นี้เป็นกระทู้ที่เพื่อนๆสมาชิกเข้ามาร่วมแสดงความเห็นแชร์ประสบการณ์ในการรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก You Slim ที่ค่อนข้างได้รับความนิยมพอสมควร ซึ่งแต่ละคนก็ล้วนแล้วแต่เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น ด้วยกันทั้งสิ้น

https://pantip.com/topic/36834532

  • เป็นกระทู้ที่สมาชิกหมายเลข 4075550 เข้ามาแชร์ประสบการณ์ของการรับประทานอาหารเสริมลดน้ำหนัก LB9 ของดีเจต้นหอม ที่เห็นผลของการเปลี่ยนแปลงจากรับประทานภายในเวลาไม่กี่เดือน จึงนำมาบอกต่อแก่เพื่อนๆชาวพันทิป เผื่อมีใครที่กำลังมองหาอาหารเสริมมาทานเพื่อช่วยลดน้ำหนัก จะได้มีทางเลือกกันมากยิ่งขึ้น

            และนี่ก็คือ 10 อันดับอาหารเสริมลดน้ำหนักที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน ตลอดจนอาหารเสริมที่เหล่าดารานักแสดงเป็นเจ้าของและเป็นพรีเซ็นเตอร์ เพื่อให้สาวๆ มีความมั่นใจมากขึ้นกับการเลือกซื้ออาหารเสริมดังกล่าวมาใช้เพื่อเนรมิตหุ่นสวย หวังว่าข้อมูลดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ในการเลือกซื้อของคุณกันบ้างไม่มากก็น้อย

โรงงานผลิตครีม

โรงงานผลิตครีม ในปัจจุบันนั้น มีให้เลือกผลิตหลากหลายแห่งตามความต้องการ แต่ละแห่งก็มีสูตรในการผลิตและบริการด้านการออกแบบแพคเกจที่แตกต่างกันไปตามราคา ตลอดจนเครื่องไม้เครื่องมือในการผลิตที่ทันสมัยแตกต่างกัน สำหรับใครที่กำลังมองหาโรงงานผลิตครีมเพื่อสร้างแบรนด์ธุรกิจเป็นของตัวเองเราจะพาคุณไปดู 10 อันดับโรงงานผลิตครีมที่ได้รับความนิยม พร้อมคำแนะนำในการเริ่มต้นผลิตครีมสำหรับมือใหม่ มีอะไรที่ควรรู้บ้างไปดูกันเลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ ดูได้เลย อยากขาวทำไงดี

โรงงานผลิตครีม


โรงงานผลิตครีม 10 อันดับ

สำหรับโรงงานผลิตครีม เราคัดสรรมาฝากกันแล้ว 10 อันดับที่ควรค่าแก่การใช้บริการ ซึ่งมีดังนี้

1.บริษัท รีโมเวด ประเทศไทย

  • โรงงานผลิตครีมคุณภาพแห่งใหญ่ของประเทศไทยที่ดำเนินธุรกิจมาอย่างยาวนาน โดยมีทีมให้คำปรึกษาในการพัฒนาแนวคิดไปสู่การสร้างแบรนด์ธุรกิจเป็นของตัวเอง โรงงานแห่งนี้รับผลิตครีมเกรดพรีเมี่ยม พร้อมจดเลขอย. มีเครื่องมือในการผลิตที่ทันสมัย ใส่ใจในคุณภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก

2.บริษัท เอ็มพีซี อินโนชั่น แลบ

  • โรงงานแห่งนี้เปิดโอกาสให้คุณได้สร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ด้วยการลงทุนเพียงแค่หลักหมื่น แต่ได้กำไรหลักแสน ด้วยขั้นตอนในการผลิตครีมที่ใส่ใจทุกรายละเอียด พร้อมออกแบบแพคเกจจิ้งตามที่ลูกค้าต้องการ เพื่อให้แบรนด์ครีมออกมามีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถวางขายในตลาดได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.บริษัท ครีมเมอรี่พลัส

  • อีกหนึ่งโรงงามผลิตเครื่องสำอางที่ใช้ระบบควบคุมทุกกระบวนการผลิต เพื่อให้ได้มาตรฐานในแบบที่ลูกค้าพึงพอใจและตรงตามมาตรฐานของ GMP โดยโรงงานแห่งนี้ก็มีทีมงานที่มีประสบการณ์ทางด้านการผลิตคอยให้คำแนะนำปรึกษาตลอดจนการดูแลทุกขั้นตอน เป็นโรงงานที่ให้บริการแบบ One Stop Service สะดวก รวดเร็ว ครบถ้วนทุกความต้องการ

4.บริษัท เอสเธติค ซีเครท แอทซี

  • เป็นโรงงานที่รับผลิตสินค้า OEM ทั้งเครื่องสำอาง เวชสำอาง ยา อาหารเสริม โดยมาพร้อมกระบวนการผลิตที่ได้มาตรฐาน มีความปลอดภัย สะอาด มีความเป็นมืออาชีพในการผลิตแบรนด์ครีมตามที่ลูกค้าต้องการ ภายใต้การดูแลของโรงงานมาตรฐานระดับประเทศ พร้อมบุคลากรผู้ดูแลที่มีประสบการณ์ทางการแพทย์

5.บริษัท โควิก เคทท์ อินเตอร์เนชั่นแนล

  • โรงงานผลิตครีม เครื่องสำอาง อาหารเสริม อันดับ 1 ของประเทศไทย ใส่ใจทุกขั้นตอนเพื่อให้ลูกค้าได้รับผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ สามารถสร้างแบรนด์เป็นของตัวเองได้ และมียอดขายที่น่าประทับใจ ด้วยรูปแบบการผลิตที่มีมาตรฐาน ผ่านกระบวนการที่มีคุณภาพ สะอาด ปลอดภัย มั่นใจในความพรีเมี่ยมของทุกๆผลิตภัณฑ์

6.บริษัท บอร์นทร้าส์ ประเทศไทย

  • จากประสบการณ์ในการสร้างแบรนด์มายาวนานกว่า 20 ปี มั่นใจได้ว่า บอร์นทร้าส์ จะสามารถสร้างแบรนด์ครีมที่เป็นหนึ่งในด้านการผลิต และยอดจำหน่ายได้อย่างแน่นอน ยืนยันว่าครีมทุกชนิดใช้สารสกัดจากธรรมชาติ ปลอดภัยต่อผิว ผ่านกระบวนการผลิตโดยอุปกรณ์และเครื่องมือที่มีความทันสมัย สร้างแบรนด์ไกลขายได้ทั่วโลกแน่นอน

7.บริษัท ไบโอติคอน

  • โรงงานผลิตอาหารเสริมและเครื่องสำอางที่เปิดโอกาสให้ลูกค้าทุกคนทั้งที่มีงบน้อยหรืองบเยอะ ได้มีส่วนในการเปิดแบรนด์ผลิตภัณฑ์เป็นของตัวเอง ด้วยกระบวนการผลิตครีมที่คุณภาพ พร้อมแพ็คเกจที่สวยสะดุดตา สร้างแบรนด์ได้อย่างมีเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร พร้อมทีมให้คำปรึกษา และดูแลอย่างใกล้ชิดในทุกๆขั้นตอน

8.บริษัท เอสวีเอส อินโนเทค

  • สุดยอดผู้ผลิตครีมอันดับต้นๆ ของเมืองไทย ที่เริ่มต้นธุรกิจเครื่องสำอางมาอย่างยาวนานด้วยความเป็นมืออาชีพกับการผลิตสินค้าที่ได้มาตรฐาน GMP ตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่ต้องการเริ่มธุรกิจ SMEs ได้อย่างมีคุณภาพและเห็นผล ประเมินงบประมาณทุกบาทุกสตางค์อย่างคุ้มค่า เพื่อประสิทธิภาพของแบรนด์ที่ดีเยี่ยมและตอบโจทย์มากที่สุด

9.บริษัท คัซซูติก

  • บริษัท คัซซูติก รับผลิตครีมทุกชนิด การันตีวัตถุดิบเกรดพรีเมี่ยม พร้อมบริการขอจดแจ้งเลขอย. เพื่อให้คุณวางขายได้ทันที โดยโรงงานผลิตครีมแห่งนี้มีผู้เชี่ยวชาญคอยให้คำปรึกษาในทุกขั้นตอนของการผลิตและการสร้างแบรนด์การค้าเป็นของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นแม่ค้าหน้าใหม่หรือหน้าเก่าก็สามารถสร้างแบรนด์ครีมด้วยตัวเองได้อย่างไม่มีปัญหา

10.บริษัท พรีมาแคร์

  • ผู้นำโรงงานผลิตครีมคุณภาพของเมืองไทย ที่มีมาตรฐานในการผลิตทัดเทียมสากล ยืนยันถึงคุณภาพของครีมที่ผลิตภายใต้มาตรฐานโรงงานที่มีคุณภาพ ปลอดภัย คุ้มค่าทุกการลงทุน ให้คุณสามารถสร้างแบรนด์ได้ตามที่ต้องการ อีกทั้งยังมีทีมให้คำปรึกษาตลอดทุกกระบวนการ พร้อมโปรโมชั่นโดนใจที่จะทำให้คุณลงทุนง่ายๆ โดยที่ไม่ต้องจ่ายแพงอย่างที่คิด

โรงงานผลิตครีม-10โรงงาน


สร้างแบรนด์ครีม เริ่มยังไง

สำหรับมือใหม่ที่อยากจะเป็นเจ้าของธุรกิจ คุณอาจจะสนใจเริ่มต้นสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง แต่ยังสงสัยว่าขั้นตอนในการเริ่มสร้างแบรนด์ครีมนั้นต้องทำอย่างไรบ้าง วันนี้เรามีวิธีการสร้างแบรนด์ครีมง่ายๆ สำหรับมือใหม่มาฝากกัน ดังนี้

คุณอาจสนใจบทความนี้ ดูได้เลย คอลลาเจนคืออะไร 

1.เลือกประเภทของครีมและกลุ่มเป้าหมายที่ต้องการขาย

  • ลูกค้าที่ต้องการสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ควรตั้งเป้าประเภทของครีมที่ต้องการขายและกลุ่มเป้าหมายของตลาดเอาไว้ ว่าจะขายครีมประเภทไหน เป็นครีมลักษณะใด ชื่อแบรนด์สินค้าคืออะไร เหมาะกับผู้ซื้ออายุประมาณไหน โดยสิ่งเหล่านี้จะทำให้ลูกค้าสามารถกำหนดสโคปในการผลิตครีมได้ดียิ่งขึ้น และทำให้สามารถคุยกับฝ่ายขายของบริษัทรับผลิตแบรนด์ได้ง่ายมากขึ้นด้วย

2.ปรึกษาบริษัทรับผลิตแบรนด์ครีม

  • หลังจากได้สินค้าและกลุ่มเป้าหมายแล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือการเลือกบริษัทแบรนด์ครีมที่ต้องการจ้างผลิต โดยคุณควรปรึกษากับทางบริษัทนั้นๆเพื่อพูดคุยถึงรายละเอียดในการผลิต สูตรครีมที่คุณต้องการ งบประมาณที่มี โดยทางบริษัทจะมีสูตรมาตรฐานที่ใช้ผลิตมาให้ลูกค้าได้ทดลอง หากสูตรครีมเป็นไปตามที่ลูกค้าต้องการ และมีงบประมาณพร้อมในการดำเนินการ ก็สามารถทำการสั่งผลิตได้เลย

3.ออกแบบฉลากและบรรจุภัณฑ์

  • มาถึงขั้นตอนสำคัญสำหรับการออกแบบบรรจุภัณฑ์หรือแพคเกจของตัวสินค้า ซึ่งในกระบวนการนี้ทางบริษัทผลิตแบรนด์ครีม จะมีทีมที่มีความเชี่ยวชาญมาคอยให้คำปรึกษากับลูกค้าในการออกแบบฉลากตัวสินค้า ออกแบบบรรจุภัณฑ์ ออกแบบแอดโฆษณา การทำประชาสัมพันธ์ต่างๆว่าอยากให้ออกมาในลักษณะไหน โปรโมตสินค้าทางใด และต้องการวางขายสินค้าที่ใดบ้าง ขั้นตอนนี้จะใช้เวลาค่อนข้างเยอะ เพราะมีรายละเอียดยิบย่อยมากเป็นพิเศษ ดังนั้นลูกค้าควรวางแผนคิดคำตอบในใจเอาไว้ให้พร้อม เพื่อไม่ให้เสียเวลามากเกินไป แต่ถ้าหากลูกค้าไม่มีประสบการณ์ในการผลิตมาก่อน ทางฝ่ายการตลาดของบริษัทผลิตแบรนด์ครีมก็จะมีข้อเสนอแนะที่ลูกค้าสามารถนำไปใช้ต่อยอดได้

4.ยื่น อย.

  • มาถึงช่วงเวลาสำคัญในการยื่นอย. ซึ่งในช่วงนี้แบรนด์ครีมของลูกค้าต้องอยู่ในสภาพพร้อมแล้ว ทั้งแพคเกจจิ้ง ชื่อแบรนด์ สูตรต่างๆเมื่อผ่านอย. ก็จะเข้าสู่ช่วงของกระบวนการผลิต ทำฉลาก สั่งสกรีนขวด ทำกล่อง จากนั้นก็จะส่งเข้าโรงงานเพื่อผลิต บรรจุ ให้อยู่ในสภาพที่พร้อมขาย จากนั้นทางโรงงานจะส่งผลิตภัณฑ์พร้อมขายกลับมายังลูกค้า เพื่อดำเนินการจำหน่ายต่อไป

5.จำหน่าย

  • ขั้นตอนในการจำหน่าย หากลูกค้ายังไม่มั่นใจว่าจะวางขายอย่างไรให้ได้ยอดขายที่ตั้งเป้าเอาไว้ ก็สามารถปรึกษาฝ่ายการตลาดของบริษัทผลิตได้ตลอดเวลา ซึ่งทางบริษัทจะมีคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อลูกค้า ทำให้สามารถนำไปต่อยอดเพื่อใช้เป็นเทคนิคในการขายต่อไปในอนาคตได้

และนี่ก็คือ ขั้นตอนง่ายๆ ในการผลิตแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง สำหรับแม่ค้าหรือพ่อค้ามือใหม่ที่ไม่ยุ่งยากอย่างที่คิด สำคัญตรงที่ว่าก่อนเริ่มต้นทำธุรกิจแบรนด์ครีม จะต้องมีแผนการในใจวางเอาไว้ให้ครบถ้วน เพื่อประหยัดเวลาในขั้นตอนต่างๆให้รวดเร็วมากขึ้น

โรงงานผลิตครีม-สร้างแบรนด์


สร้างแบรนด์ครีมลงทุนเท่าไร

เมื่อได้ทราบขั้นตอนคร่าวๆ ของการสร้างแบรนด์ครีมสำหรับมือใหม่ไปแล้ว หลายๆ คนก็ยังอาจจะสงสัยต่อว่า แล้วแบบนี้ต้องมีเงินทุนเท่าไหร่ ถึงจะสามารถสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเองได้ วันนี้เรามีคำตอบมาฝากกัน โดยการลงทุนสร้างแบรนด์ครีมนั้นมีความแตกต่างซึ่งขึ้นอยู่กับปัจจัยดังต่อไปนี้

1.เกรดของสารสกัดที่ใช้ในครีม

  • ราคาลงทุนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับเกรดของสารสกัดที่คุณเลือกใส่ในครีม ซึ่งในปัจจุบันนั้น มีสารสกัดหลายเกรดให้เลือก ตั้งแต่กิโลกรัมละพัน ไปจนถึงเกรดละหลายหมื่น อยู่ที่ว่าลูกค้าต้องการแบบไหน หากเป็นสารสกัดเกรดต่ำ ก็จะอยู่ที่กิโลกรัมละ 1,000-3,000 บาท ถ้าเป็นเกรดกลางๆ ขึ้นมาหน่อยก็อยู่ที่ กิโลกรัมละ 5,000-8,000 บาท หรือถ้าลูกค้าต้องการได้ครีมที่มีความพรีเมี่ยมมากๆก็ต้องใช้สารสกัดเกรด A ที่มีราคากิโลกรัมละหนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป

2.จำนวนออร์เดอร์ในการผลิต

  • บริษัทผลิตแบรนด์ครีม มักจะมีโปรโมชั่นเกี่ยวกับออร์เดอร์ในการผลิต ทำให้ลูกค้าประหยัดในการลงทุนมากขึ้น แต่ก็ต้องศึกษาเงื่อนไขให้ดีก่อนที่จะเริ่มผลิต ว่าแบบใดคุ้มค่ากว่ากัน ซึ่งโดยปกติทั่วไปแล้วหากออร์เดอร์จำนวนน้อยๆราคาก็จะสูงกว่า แต่หากเป็นออร์เดอร์ครั้งละมากๆราคาก็จะต่ำลง ยิ่งมากเท่าไหร่ราคาการผลิตก็จะยิ่งถูกลงเท่านั้น

3.แพคเกจของครีม

  • มาถึงอีกหนึ่งส่วนที่ต้องใช้เงินทุนพอสมควร นั่นก็คือ การเลือกแพคเกจให้กับแบรนด์ครีมของคุณ ซึ่งแพจเกจของครีมนั้น ส่วนใหญ่แล้วก็มีราคาคิดเป็น 25% ของครีม 1 กระปุก เพราะถือเป็นส่วนที่จะสร้างความเป็นเอกลักษณ์ให้กับแบรนด์ครีมของคุณได้ ใครผ่านมาผ่านไปเห็นแพคเกจก็จะสะดุดตา และชวนให้ซื้อมาลองใช้ ดังนั้นการเลือกแพคเกจจึงเป็นส่วนสำคัญที่ต้องมาพร้อมการลงทุนที่สมเหตุสมผล หากคุณต้องการให้แบรนด์ติดตา มีความพรีเมี่ยม สวยงาม ก็อาจจะต้องใช้เงินในส่วนทำแพคเกจมากสักหน่อย


กล่าวโดยสรุปก็คือ การลงทุนเพื่อสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเองนั้น ลูกค้าที่ต้องการเปิดแบรนด์ควรมีเงินในกระเป๋าเริ่มต้นอย่างน้อย 5 หมื่นบาท โดยแยกเป็นส่วนของเงินทุนในการเลือกเกรดของสารสกัดมาใส่ในเนื้อครีม หากอยากได้เกรดดีมีคุณภาพ ราคาในส่วนนี้ก็จะสูงกว่าหนึ่งหมื่นบาท ส่วนต่อมาก็คือการผลิต ขึ้นอยู่กับการผลิตว่าต้องการมากน้อยแค่ไหน ผลิตน้อยจะยิ่งราคาสูง ผลิตมากราคาก็จะยิ่งต่ำลง และส่วนสุดท้ายที่เป็นทีเด็ดของการสร้างแบรนด์ให้ดึงดูดใจก็คือการสร้างแพคเกจที่สวยงาม ดึงดูดสายตา ส่วนนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการของลูกค้า ว่ามีเงินเหลือในการสร้างแพคเกจมากแค่ไหน ยิ่งลงทุนมากก็จะยิ่งทำให้แพคเกจที่สวยหรู ดูแพง และดึงดูดสายตาผู้บริโภคได้มากเท่านั้น

          การผลิตแบรนด์เครื่องสำอาง แบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ถือเป็นธุรกิจ SMEs ที่น่าลงทุนในยุคสมัยนี้ เพราะผู้คนส่วนใหญ่นิยมใช้ครีมเพื่อบำรุงผิวหน้าเป็นอย่างมาก โดยผู้สร้างแบรนด์ควรคำนึงถึงเทรนด์ของตลาดเป็นสำคัญ เพื่อให้ครีมของคุณสามารถเข้าถึงกลุ่มเป้าหมาย และมีชัยชนะเหนือคู่แข่งรายอื่นๆได้ ดังนั้นนอกจากจะมีเงินทุนแล้ว ยังต้องมีการศึกษาตลาดมาเป็นอย่างดีว่ามีทิศทางเป็นอย่างไร ควรสร้างแบรนด์อย่างไรเพื่อให้สินค้าของตนมีความเป็นเอกลักษณ์มากกว่าครีมในท้องตลาด เพราะฉะนั้นใครที่สนใจอยากสร้างแบรนด์ครีมเป็นของตัวเอง ก็อย่าลืมนำเอาหลักการเหล่านี้ไปใช้กัน เพื่อให้แบรนด์ของคุณสามารถสร้างยอดขายและสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้าได้ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

การดีท็อกลำไส้ ช่วยอะไร

         การดีท็อกลำไส้ นั้นคือการทำความสะอาดลำไส้หรือการล้างพิษเอาสิ่งสกปรกต่างๆที่ไม่ใช่เพียงการล้างสารพิษเฉพาะตรงส่วนของลำไส้เท่านั้น แต่ยังหมายถึงการระบายสิ่งสกปรก สารพิษ ของเสียต่างๆที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพและบ่อเกิดของสารพัดโรคภัยไข้เจ็บออกจากร่างกายด้วยวิธีการที่หลากหลาย  อย่างเช่นดีท็อกด้วยการกิน ดีท็อกด้วยการสวนล้างลำไส้และดีท็อกด้วยการอดอาหาร

คุณอาจสนใจบทความนี้ ดูได้เลย 10 โรงงานผลิตครีม

        การดีท็อกสำไส้ ด้วยการกินนั้นคือการกำจัดสารพิษด้วยการกินเข้าไป ส่วนสิ่งที่เรากินเข้าไปนั้นคือการกินอาหารที่ดีอาหารที่มีประโยชน์ แถมอาหารที่เรากินเข้าไปเหล่านั้นยังมีตัวช่วยดีท็อกสารพิษหรือของเสียออกจากร่างกายอีกด้วย แต่ระหว่างที่เรากำลังดีท็อกสารพิษออกจากร่างกายของตัวเราเองนั้น มีข้อห้ามและข้อที่ควรปฏิบัติอย่างยิ่งคือ สิ่งที่เราควรรับประทานระหว่างดีท็อกสารพิษด้วยการกินนั้นควรจะเป็นอาหารที่มีความสดใหม่ ผักและผลไม้และอาหารทำเองที่เน้นมาจากธรรมชาติ ไม่ใช่อาหารสำเร็จรูป อาหารหมักดอง อาหารขัดขาว อาหารที่ผ่านการฟอกสี

ดีท๊อกลำไส้


  • การดีท็อกสำไส้ ด้วยการสวนล้างลำไส้นั้นคือการสวนล้างลำไส้ด้วยของเหลวต่างๆเพื่อช่วยลดอาการท้องผูก ทำให้ร่างกายมีระบบขับถ่ายที่ดีขึ้นกว่าเดิมและแน่นอนช่วยขับสารพิษตกค้างออกจากภายในลำไส้ที่ตัวเราเองสวนล้างลำไส้อีกด้วย การดีท็อกด้วยการสวนล้างลำไส้นั้นควรทำกับผู้ที่รอบรู้ เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์เกี่ยวกับการดีท็อกด้วยวิธีสวนล้างลำไส้ หลีกเลี่ยงการสวนล้างลำไส้ด้วยตนเองจะดีมาก ส่วนอุปกรณ์และทุกสิ่งทุกอย่างที่เกี่ยวข้องในกระบวนการดีท็อกด้วยการสวนล้างลำไส้นั้นต้องสะอาด ดีและมีคุณภาพจะดีที่สุด สุดท้ายการดีท็อกลำไส้ วิธีการนี่ถือว่าเป็นวิธีที่รวดเร็วมากที่สุดและเห็นผลทันทีเมื่อทำการสวนล้างลำไส้เพื่อดีท็อกขับสารพิษจากร่างกาย
  • การดีท็อกสำไส้ ด้วยการอดอาหารนั้นคือการอดอาหารและเครื่องดื่มทุกประเภท ทุกสิ่ง ทุกอย่างในระยะเวลา1-2วันโดยมีการดื่มน้ำเปล่า น้ำผักและน้ำผลไม้ทดแทนระหว่างการดีท็อกด้วยการอดอาหาร วิธีการดีท็อกด้วยการอดอาหารนี่เป็นความเชื่อของบุคคลเฉพาะกลุ่มที่เชื่อว่าร่างกายควรได้รับการพักผ่อนเหมือนการจำศีล สำหรับการดีท็อกด้วยการอดอาหารนั้นต้องดูสภาพร่างกายของตัวเราเองก่อนด้วยว่าพร้อมและไหวไหม หากว่าตัวเราเองนั้นมีโรคประจำตัวที่ต้องทานยาประจำตัวทุกวันก็ควรหลีกเลี่ยงการดีท็อกด้วยการอดอาหาร แล้วไปใช้การดีท็อกสารพิษออกจากร่างกายตัวเราเองด้วยวิธีการอื่นจะดีกว่าวิธีนี้ เนื่องจากการดีท็อกแบบอดอาหารจะทำให้เกิดอันตรายรุนแรงแก่ผู้ที่มีโรคประจำตัวได้แน่นอน

ดีท็อกลำไส้ ช่วยอะไร


  • คราวนี้เราจะมากล่าวถึงไฟเบอร์ดีท็อกซึ่งเป็นวิธีการหนึ่งของการดีท็อกด้วยการกินอาหารที่ดีและมีประโยชน์เข้าไป จากข้างต้นนั้นเราได้กล่าวไว้แล้วว่าการดีท็อกร่างกายโดยการกินนั้นคือการกินอาหารและเครื่องดื่มที่มีตัวช่วยในการดีท็อกสารพิษและขับของเสียสะสมออกจากร่างกายของตัวเราเอง ซึ่งอาหารที่ใช้ในการดีท็อกด้วยการกินนี่จะเป็นไฟเบอร์ดีท็อกนั้นเอง ไฟเบอร์ดีท็อกคืออาหารที่เราใช้ในการดีท็อกด้วยการกินและไฟเบอร์ชนิดนั้นในอาหารคือตัวช่วยในการดีท็อกสารพิษที่สะสมภายในร่างกายของตัวเราเองหรือขับของเสียี่สะสม ตกค้างภายในร่างกายของตัวเราเองนั้นแหละ
  • สำหรับไฟเบอร์ดีท็อกที่เป็นอาหารที่ใช้การดีท็อกด้วยการกินเพื่อใช้ล้างสารพิษ ขับของเสียออกจากร่างกายนั้นก็เหมือนกับการทำงานในระบบย่อยอาหารของร่างกายคนเราปกติ เพียงแค่เพิ่มอาหารที่มีไฟเบอร์สูง ดี มีคุณภาพมากขึ้นกว่าปกติเข้าไป เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น มีการดีท็อกด้วยการกินที่ดีขึ้น มีการขับสารพิษออกจากร่างกายรวมถึงของเสียสะสมให้ระบายออกมาพร้อมไฟเบอร์ช่วยขับถ่ายอีกด้วยนั้นเอง ส่วนทำงานล้างลำไส้อย่างไรนั้นคือการย่อยอาหารอาหารปกติเหมือนระบบย่อยอาหารธรรมดาเลย เพียงแต่ว่าอาหารหรือเครื่องดื่มที่ต้องย่อยในระบบอาหารนั้นมีไฟเบอร์สูงและเป็นไฟเบอร์ที่มีคุณภาพดี มีสรรพคุณช่วยกระตุ้นให้ขับสารพิษหรือขับถ่ายได้ดียิ่งขึ้นนั้นเอง  สุดท้ายทางเราจะรีวิว10 แบรนด์ไฟเบอร์ดีท็อกแนะนำอันได้แก่

ดีท็อกลำไส้ -มีประโยชน์

คุณอาจสนใจบทความนี้ ดูได้เลย อยากขาวทำไงดี


1.ไฟเบอร์ดีท็อกซ์ Labelle Mix Berry

  • ข้อดี : รสชาติอร่อย ช่วยให้ระบบการขับถ่ายดี ได้ประโยชน์จากเบอร์รี่ตระกูลต่างๆ ทั้งยังล้างของเสียสิ่งตกค้างในลำไส้ แก้ปัญหาขับถ่ายยากได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญทานแล้วพุงยุบเห็นผลทันใจ

2. Veena Detox กล่องสีม่วง

  • ข้อดี : เหมาะสำหรับสาวๆที่ชอบกินเจ สกัดจาก แอปเปิ้ลไฟเบอร์ นอกจากช่วยขับของเสียในลำไส้แล้ว ยังช่วยในการควบคุมน้ำหนัก ดีท็อกมี อย. วางใจได้เลยจร้า

3.ดีท็อกวิ้งไว้ (Pancea Fiber Detox) กล่องสีขาวดำ

  • ข้อดี : Detox ยอดนิยม แนะนำซื้อของแท้กับตัวแทนที่มีรหัสเท่านั้น เหมาะสำหรับสาวๆที่ ดื้อยา มีส่วนช่วยในการขับล้างสารพิษลำไส้ ให้สิ่งสกปรก สารพิษออกจากร่างกาย

4.ดีท็อก แอมเวย์ กล่องสีขาวเขียว

  • ข้อดี : ไฟเบอร์ พาวเดอร์ ดีท็อกลำไส้ที่ดีที่สุด จาก Nutrilite ของแบรนด์แอมเวย์ ที่สาวๆ 30 + หลายๆคน รู้จัก ผลิตภัณฑ์ดีท็อกลำไส้ที่มีกากใยอาหาร ช่วยให้การทำงานระบบทางเดินอาหาร มีการขับถ่ายที่ดี ของแท้ซื้อได้กับสมาชิกที่มีรหัสเท่านั้น

5.ดีท็อก อมาโด้กระปุกสีม่วง

  • ข้อดี : วิธีกินดีท็อกที่ดีที่สุด ของ Amado Fiber Strawberry Flavor ให้ทานหลังมื้อเย็นจะดีที่สุด ดีท็อกรสชาติอร่อย ดื่มง่าย ทาน 1 ซองเท่ากับผัก 350 กรัม ทานแล้วพุงยุบ ไม่อ้วน ล้างลำไส้ ล้างสารพิษ ขับถ่ายดี

6.ดีท็อกมินิมอล กล่องสีเขียว

  • ข้อดี : MINIMAL Detox Plus ดีท็อก ที่เหมาะสำหรับผู้หญิงที่มีปัญหาท้องผูก ขับถ่ายไม่ออก ระบบการย่อยไม่ดี หากกำลังรู้สึกแน่นท้อง ตัวนี้ช่วยได้ดีจร้า ทางแบรนด์แนะนำว่าต้องทานคู่กับ มินิมอลกล่องสีม่วง จะได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

7. Finte Detox SOD กระป๋องสีชมพูส้ม

  • ข้อดี : ฟินเต้ Detox SOD ดีท็อกขับสารพิษในลำไส้ พร้อมช่วยบำรุงผิวพรรณ เหมาะกับสาวๆที่มีปัญหา ท้องผูก ขับถ่ายยาก มีกลิ่นตัวมากกว่าปกติ และยังมีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณกระจ่างใส บำรุงผิวพรรณด้วยสารสกัดจาก SOD

8. Six Herbs Detox ซองสีเขียว

  • ข้อดี : ราคาถูก เป็นดีท็อกเม็ด พกพกง่าย ไม่ต้องชงดื่ม เหมาะกับคนที่ไม่ชอบชงดื่ม อยากได้เป็นเม็ด เวลาไปเที่ยวจะได้ทานได้อย่างต่อเนื่อง ดีท็อกสมุนไพรไทยมากกว่า 6 ชนิด ดื่มก่อนนอนครั้งละ 1 เม็ดดีที่สุด สำหรับคนธาตุอ่อนควรรับประทาน 1/2 เม็ด

9.บอดี้เชพ อีซี่ ดีท็อกซ์ กล่องสีส้ม

  • ข้อดี : อาหารเสริมดีท็อกซ์ผงชงดื่ม ล้างสารพิษ สิ่งสกปรก ของเสีย ให้ออกจากร่างกาย [ลำไส้] เช่นตามผนังลำไส้ ให้ร่างกายทำงานได้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เสริมสร้างสุขภาพดี

10.ชาดีท็อกซ์ Unicity กล่องสีขาวน้ำเงิน

  • ข้อดี : ดีท็อกลดพุง เหมาะกับสาวๆที่ชอบดื่มชาสมุนไพรเป็นประจำ สามารถดื่ม Nature Tea สกัดจากสมุนไพรตามธรรมชาติ 9 ชนิด มีส่วนในการช่วยล้างพิษในผนังลำไส้ ช่วยในการขับถ่าย ให้สุขภาพดีขึ้น

คอลลาเจนคืออะไร

           คอลลาเจนคืออะไร คือโปรตีนชนิดหนึ่งที่มีอยู่ที่สุดในร่างกายมนุษย์ คอลลาเจนนั้นเป็นส่วนประกอบของผิวหนัง เส้นผมและเล็บคอลลาเจนนั้นเป็นสารในกลุ่มPolypeptide. สารชนิดนี้เกิดจากการผสมกันระหว่างกรดอะมิโนชนิดโพลีนและไกลซีน คอลลาเจนนี้สามารถพบได้มากในเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน กระดูกอ่อนและผิวหนัง เพราะเหตุนี้คอลลาเจนจึงเป็นที่สนใจและนิยมสำหรับผู้ที่รักสวยรักงามเป็นอย่างยิ่ง

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิก การดีท็อกลำไส้

           สำหรับประโยชน์ของคอลลาเจน นั้นคอลลาเจนมีประโยชน์ สำหรับกระดูกและข้อต่อทั้งหมดของร่างกายคือทำให้คงอยู่ในสภาพที่ดี คอลลาเจนยังมีผลดีต่อผิวพรรณทั้งหมดของร่างกายตรงที่ทำให้มีผิวที่ขาวกระจ่างใส สุขภาพดี สวย ดูดีและมีออร่า ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้อีกด้วยโดยมีงานวิจัยรองรับว่าผู้ที่ทานคอลลาเจนติดต่อกันนานเป็นเวลา8สัปดาห์นั้น ริ้วรอยลดลงประมาณร้อยล่ะ20 ส่วนประโยชน์ของคอลลาเจนที่มีต่อเส้นผมนั้น คอลลาเจนนั้นยังมีส่วนช่วยให้มีการหลุดร่วงของเส้นผมน้อยลง คอลลาเจนยังกระตุ้นให้เส้นผมเกิดขึ้นใหม่ ลดการเกิดผมหงอกและคอลลาเจนนั้นยังช่วยรักษาเส้นผมที่แตกเปราะด้วยการเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับเส้นผมอีกด้วย

           ตอนนี้เราก็ได้รู้จักคอลลาเจนกัน แล้วว่าคอลลาเจนนั้นคืออะไรแถมยังได้รับรู้ถึงคุณประโยชน์ของคอลลาเจนด้วยว่าคอลลาเจนนั้นดีกับร่างกายมนุษย์อย่างเราอย่างไรบ้าง ที่นี้เราจะมารีวิว10ยี่ห้อคอลลาเจนที่ดีที่สุดกันว่าดีอย่างไร ยี่ห้ออะไร ราคาประมาณกี่บาท เท่าไหร่ แต่ล่ะยี่ห้อเป็นอย่างไรบ้างแถมยังมีHow-toกินคอลลาเจนให้ได้ประโยชน์มากที่สุดและคอลลาเจนผงและแบบเม็ด เลือกแบบไหนดีนั้นตรงนี้เราสามรถเลือกได้จากความสะดวกและเหมาะสมของแต่ล่ะบุคคลได้เลย สำหรับการรีวิวสุดยอดคอลลาเจนที่ถูกใจคนรักสุขภาพและคนรักสวยรักงามนี้ เราขออ้างอิงจากTOP REVIEW.IN.THที่มีการตรวจสอบเลขที่จดแจ้งของผลิตภัณฑ์คอลลาเจนแถมท้ายบทความนี้เรายังมีกระทู้น่าสนใจเกี่ยวกับคอลลาเจน Pantip ด้วยนะจ๊ะ ตามมาดูคอลลาเจนเด็ดๆกันเลย

คุณอาจสนใจบทความนี้ คลิก 10 อันดับ อาหารเสริมลดน้ำหนัก 

1.Ubereen Collagen : ยูเบรีน คอลลาเจน (กระปุกสีม่วง) ราคา650บาท

คอลลาเจน -Ubereen Collagen

                ยูเบรีน คอลลาเจนที่ดีที่สุด จากยูเบรีน (กระปุกสีม่วง) Collagen Premium Grade นำเข้าจากอิตาลี คอลลาเจนจาก Salmon ผิวสวยสุขภาพดี ครบจบด้วย Ubereen เหมาะสำหรับสาวๆที่ต้องการคอลลาเจนที่มีวิตามินซีปริมาณมาก ตัวเดียวไม่ต้องทานเพิ่ม ช่วยบำรุงผิวให้เนียน จนสาวๆสัมผัสได้ เหมาะกับคนที่มีปัญหาสิว รอยสิว รูขุมขน ผิวหมองคล้ำ บำรุงไข ข้อ กระดูก สำหรับเร่งผลเร็ว X2 ให้ทาน 2 เวลา คือ ตื่นนอน + ก่อนเข้านอนเพื่อผลลัพธ์ที่เร็วมากยิ่งขึ้น ด้วยวิตามินซีที่ช่วยเร่งประสิทธิภาพการดูดซึมของคอลลาเจน เลข อย. : 24-1-09957-5-0033

2.Amado P Collagen : อมาโด้ พี คอลลาเจน (กระปุกสีชมพู) ราคา850บาท

คอลลาเจน -Amado

            อมาโด้ พี คอลลาเจน (กระปุกสีชมพู) คอลลาเจนคุณภาพ มีดาราเป็นพรีเซ็นเตอร์จำนวนมาก เพราะเปิดขายมานานแล้ว คอลลาเจนญี่ปุ่น เพียวๆ ก็เรียกได้ เพราะ อมาโด้คอลลาเจน มีคอลลาเจนปริมาณมากกว่า 99% ที่เหลือไม่ถึง 1% คือวิตามินซี จึงเหมือนกับได้กินคอลลาเจน 100% เหมาะกับสาวๆที่กำลังเน้นคอลลาเจนไปบำรุงชั้นใต้ผิว ไม่ให้ผิวแก่ก่อนวัย 30% ช่วยเรื่องปัญหาผิวหน้า ริ้วรอย ผิวหมองคล้ำจากการทำงานหน้าจอได้เป็นอย่างดี เลข อย. : 11-1-11054-1-0158

3. Meiji Amino Collagen CoQ10 & Rice Germ Extract : เมจิคอลลาเจน (กระปุกสีทอง) ราคา1,490บาท

คอลลาเจน -Meiji

              เมจิคอลลาเจน (กระปุกสีทอง) คอลลาเจนญี่ปุ่น ผสม Q10 คอลลาเจนผงชงดื่ม ดูดซึมดี มีประสิทธิภาพสูง ปัญหาผิวไม่กระชับเต่งตึง ขาดความชุ่มชื้น มีริ้วรอย ไม่ค่อยเนียนเรียบ เหมาะกับสาวๆที่อยากมีผิวขาวสุขภาพดีแบบสาวญี่ปุ่น เพียงดื่มเมจิคอลลาเจน ก่อนเข้านอนดีที่สุด นอกจากเรื่องผิวแล้วยังมีส่วนช่วยบำรุงสุขภาพ ไข ข้อกระดูกแข็งแรง ไม่ให้เกิดข้อเข่าเสื่อมก่อนวัยอันควร เลข อย. : 10-3-27349-1-0346

4. Colla Rich : คอลลาริช (กระปุกสีม่วง) ราคา390บาท

คอลลาเจน-Colla Rich

           คอลลาริช (กระปุกสีม่วง) คอลลาเจนแคปซูล พกพาง่าย ช่วยลดการอักเสบของสิว มีสารต้านอนุมูลอิสระจากเหล่าเบอร์รี่สีม่วง และแดง บำรุงผิวจากภายใน สู่ภายนอก และคุมมันไปในตัว สูตรการกินคอลลาเจนเน้นบำรุงผิว ทานก่อนนอน วันละ 2 แคปซูล แถมอีก 1 สูตร เน้นคอลลาเจนช่วยลดสิว ทานทันทีที่ตื่นนอนเพิ่มอีก 2 แคปซูล เหมาะกับสาวๆที่นอนหลับไม่ค่อยเพียงพอ เลข อย. : 73-1-26158-5-0060

5. CL Collagen : ซีเอล คอลลาเจน (กระปุกสีชมพู) ราคา290บาท

คอลลาเจน-CL Collagen

               ซีเอล คอลลาเจน (กระปุกสีชมพู) CL Collagen คือคอลลาเจนจากปลาน้ำจืด ที่เหมาะกับสาวๆที่แพ้อาหารทะเล วิธีการกินให้กินวันละ 2 แคปซูล เพื่อเติมอาหารเสริมคอลลาเจนให้เข้าสู่ร่างกายอย่างตลอดเวลา ไม่ต้องรีวิวเยอะ เพราะสาวๆสามารถพบ รีวิวคอลลาเจน หน้าเด็ก ยี่ห้อนี้ได้มากมายตาม FACEBOOK คอลลาเจนผิวขาวสวย ลดริ้วรอยสิว เหมาะกับสาวๆ ที่ต้องการเพิ่มคอลลาเจนตลอดทั้งวัน เพราะสามารถพกพาง่าย เลข อย. : 10-1-08254-1-0015

6. Giffarine Collagen MAXX : กิฟฟารีน คอลลาเจน แมกซ์ (ขวดสีเขียว)กิฟฟารีน คอลลาเจน แมกซ์ (ขวดสีเขียว) ราคา600บาท

คอลลาเจนGiffarine

Giffarine Collagen MAXX ซื้อกิฟฟารีนทั้นที ต้องซื้อของแท้ กิฟฟารีนคอลลาเจนของแท้ ต้องซื้อผ่านสมาชิกที่มีรหัสยืนยันตัวตนได้เท่านั้นนะค่ะ เพราะคอลลาเจนปลอมเยอะมาก คอลลาเจนที่ดีที่สุดสำหรับผู้หญิง วัย 30 UP มีไลโคปีน และวิตามินซี ช่วยบำรุงให้สุขภาพผิวเรียบเนียน กระจ่างใส ไม่เหี่ยวย่นก่อนวัย นอกจากนี้ยังมีส่วนช่วยบำรุงการทำงานของหัวใจ และไขข้อกระดูกให้ประสิทธิภาพดี
เลข อย. : 11-1-08831-1-0069

7.Colly Plus : คอลลี่พลัส คอลลาเจน (กล่องสีชมพู)  ราคา790บาท

คอลลาเจน-Colly Plus

           คอลลี่พลัส คอลลาเจน (กล่องสีชมพู) คอลลี่คอลลาเจน ที่มีดาราใหม่ดาวิกา เป็นพรีเซ็นต์เตอร์มาอย่างยาวนาน เห็นวางขายมานานมากแล้ว ซึ่งทำให้รู้ได้เลยว่าต้องดีจริงๆ เพราะคอลลาเจนยี่ห้อน้องใหม่เกิดมามากมาย คอลลาเจนนำเข้าญี่ปุ่น กินง่าย รสชาติสตรอเบอร์รี่ เป็นคอลลาเจนที่ อร่อยที่สุด เหมาะกับวัยรุ่นที่มีปัญหา ผิว สิว เยอะกว่าปกติ เพราะ COLLY PLUS ให้ปริมาณต่อซอง ที่สุด กินซองเดียวทันทีที่ตื่นนอนที่สุด เลข อย. : 13-1-12456-1-0012

8. AOVA : เอโอว่า คอลลาเจน (ขวดสีชมพู) ราคา560บาท

คอลลาเจน-AOVA

         เอโอว่า คอลลาเจน (ขวดสีชมพู) ปกติคอลลาเจน สกัดจากปลาทะเล แต่ AOVA คือ คอลลาเจนจากหอยเป๋าฮื้อ ที่มีส่วยช่วยสาวๆชะลอความแก่ บำรุงสมอง บำรุงเซลล์กระดูก คอลลาเจนดื่มง่าย ไม่ต้องชง เพราะเป็น เครื่องดื่มคอลลาเจน สามารถพกติดตัวไว้ทานอย่างต่อเนื่องเวลาเดินทางไปที่ต่างๆได้ไม่ยาก เลข อย. : 83-2-02047-2-0026

9. DHC Collagen : ดีเอชซี คอลลาเจน (ซองสีชมพู) ราคา850บาท

คอลลาเจน-DHC Collagen

                   ดีเอชซี คอลลาเจน (ซองสีชมพู) คอลลาเจน ญี่ปุ่น จำนวนเม็ดเยอะมากสุดๆ วิธีกินคอลลาเจน DHC ให้กินวันละ 6 เม็ด *เนื่องจากปริมาณต่อหน่วยบริโภคไม่เยอะ จึงสามารถทานหลายๆเม็ดได้ใน 1 วัน คอลลาเจนช่วยอะไร DHC มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวพรรณเรียบเนียน เต่งตึง ไม่ดูแก่ก่อนวัย ช่วยกระชับรูขุมขน เติมเต็มประสิทธิภาพความยืดหยุ่นของผิว และยังช่วยบำรุงผิวให้กระจ่างใส เลข อย. : 45-1-14134-0-4157

10. Donut Collagen : โดนัทคอลลาเจน (กล่องสีทอง) ราคา650บาท

คอลลาเจน-Donut Collagen

     โดนัทคอลลาเจน (กล่องสีทอง) คอลลาเจนในเซเว่นที่ดีที่สุด ยี่ห้อหนึ่ง เพราะวางขายมาอย่างยาวนาน มีส่วนช่วยในการบำรุงผิวให้เกิดความเรียบเนียน ช่วยลดความหยาบกร้าน เหมาะกับสาวๆที่มีปัญหาเกี่ยวกับความเหี่ยวย่นของผิวพรรณDonut Collagen แบบซอง พกพาง่าย ไม่ยาก วิธีกินคอลลาเจนที่ดีที่สุด คือให้กินทันทีที่ตื่นนอน ดีที่สุด หรือถ้าใครไม่ว่างก็สามารถพกพาไปกินที่โรงเรียน หรือที่ทำงานได้ง่ายๆ เลข อย. : 11-1-11259-1-0021

คอลลาเจนทำไมถึงขายดีมาก ทั้งๆที่มันก็แค่โปรตีนชนิดหนึ่ง?

https://pantip.com/topic/38040672

[สาระมีอยู่จริง] อธิบายแบบบ้านบ้าน กิน Collagen แล้วได้อะไร ?
https://pantip.com/topic/30606633

รบกวนติ่งคอลลาเจนมาตอบหน่อยค่ะ มันดีขนาดนั้นเลยหรอ?
https://pantip.com/topic/31715970

กินคอลลาเจน ช่วยอะไรได้บ้างครับ ?
https://pantip.com/topic/37756940